กราเวอเซ่น”จากไอ้หมาบ้าสู่เซียนโปเกอร์

หากจะพูดถึงนักเตะฮาร์ทแมนในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงยุคปี 2000 แน่นอนว่าหลายคนคงคิดถึงนักเตะอย่าง รอย คีน หรือปาทริซ วิเอร่า แต่มีอีกหนึ่งคนที่น่าสนใจไม่แพ้กันเขาคือ “ไอ้หมาบ้า” โธมัส กราเวอเซ่น!!!

            สำหรับ โธมัส กราเวอเซ่น เป็นนักเตะเลือดเดนส์ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับ Vejle Boldklub สโมสรในบ้านเกิดของเขา ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ “สิงห์เหนือ” ฮัมบูร์ก เมื่อปี 1997 เขาเริ่มสร้างชื่อจากการไปค้าแข้งในเยอรมัน จนถูกเรียกติดทีมชาติเดนมาร์กชุดใหญ่ในปี 1998 หลังจบศึกฟุตบอลโลกฟร้องซ์ 98

            ซึ่งในอีก 2 ปีต่อมา เขาได้รับโอกาสเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติเดนมาร์กชุดลุยศึกยูโร 2000 แต่ทว่าทีมของเขาตกรอบแรก หลังจบศึกยูโร 2000 เขาย้ายจากฮัมบูร์กไปอยู่กับ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ทันที

สร้างชื่อในอังกฤษ

            โดยการย้ายมาอยู่ในถิ่นกูดิสัน พาร์ค ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น ภายในปีแรกก็เป็นตัวหลักของทีมทันที ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันไม่กลัวใคร ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “Mad Dog” หรือไอ้หมาบ้า ซึ่งจากรูปลักษณ์ภายนอกของเขาทรงมันได้จริง ๆ หัวโล้นๆ ร่างกายกำยำอย่างกับนักมวยปล้ำ จะว่าไปก็คล้ายกับคู่หู่ของเขาในแดนกลางอย่าง ลี คาร์สลีย์  

            แต่นอกจากฝีเท้าที่ดีแล้ว กราเวอเซ่น ยังมีชื่อในเรื่องความพิเรนท์อย่างในปี 2002 กับการเข้าแคมป์เก็บตัวกับทีมชาติเดนมาร์ก เพื่อเตรียมทีมลุยฟุตบอลโลก 2002 เขากับเพื่อนร่วมกับอย่าง สติก ทอฟติ้ง รวมหัวกันแกล้งแข้งรุ่นน้องอย่าง เจสเปอร์ กรุนชาร์ เอาน้ำรุมฉีดยา พร้อมกับเอาก้อนน้ำแข็งยัดใส่ยัดใส่เขตปลอดอาวุธ

            ในฤดูกาล 2004-05 เป็นปีที่ กราเวอเซ่น ทำผลงานได้พีคสุดๆ มีส่วนสำคัญพา เอฟเวอร์ตัน จบอันดับ 4 ของตารางคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้ว่าจะได้ลงสนามน้อยกว่า 4 ฤดูกาลที่ผ่านมาก็ตาม

            โดยในปี 2005 เขาได้รับข้อเสนอจากยอดทีมดังของยุโรปในเวลานั้นอย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด กราเวอเซ่น ด้วยค่าเหนื่อยระดับ 85,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ทำให้เขาไม่รอช้าย้ายไปค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ทันทีด้วยค่าตัวเพียง 2.5 ล้านปอนด์เท่านั้น

            การไปอยู่กับ เรอัล มาดริด เขาต้องเจอกับนักเตะดังมากมายในยุค “กาลาคติกอส” ถ้าวัดจากชื่อชั้นฝีเท้าในตำแหน่งเดียว กราเวอเซ่น เบียดไม่ได้จริง ๆ ทำให้เขาไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งของตัวเองได้เลย

            สิ่งที่สร้างชื่อให้กับ กราเวอเซ่น ในรั้วของเรอัล มาดริด ไม่ใช่เรื่องของฝีเท้า แต่เป็นความบ้าต่างหาก เขาเคยมีเรื่องฟาดปากกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟาบินโญ่ ในสนามซ้อมจนถูกจับภาพได้มีฉากที่กำลังจะสาวหมัดใส่กันด้วย รวมไปถึงยังมีเรื่องพิเรนท์ในสนามซ้อมอื่น ๆ ด้วย

            จากพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือของชุดขาวในเวลานั้นไม่ปลึ้มสักเท่าไหร่ จนในปี 2006 ถูกปล่อยให้กับ กลาสโกว์ เซลติก ยืมตัวไปใช้งาน ตามด้วยปี 2007 กลับไปตายรังที่เอฟเวอร์ตัน แต่ผลงานของเขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว จนสุดท้ายต้องแขวนสตั๊ดไปในปี 2009

ชีวิตหลังเลิกเล่นฟุตบอลของไอ้หมาบ้า

            หลังจากประกาศแขวนสตั๊ดไปในปี 2009 ชื่อของกราเวอเซ่นก็หายไปจากสารบบ โดยหันไปลองทำธุรกิจต่าง ๆ เกี่ยวกับการลงทุน จนในปี 2013 เขาตัดสินใจเดินหน้าเข้าไปเสี่ยงโชคที่ลาส เวกัส ศูนย์รวมความบันเทิงในแดนลุงแซม

            ด้วยการที่เจ้าตัวเป็นคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการบริหารและการลงทุนอยู่แล้ว เขาลองผิดลองถูกเล่นการพนันทุกประเทศจนมาเจอสิ่งที่ถูกใจที่สุดนั่นก็คือการเล่นไพ่โป๊กเกอร์

            โดยเล่นโป๊กเกอร์เป็นอาชีพทำเงินได้หลัก 100 ล้านยูโร เขานำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนทำธุรกิจ เพราะอย่างที่ทราบกันวงการพนันไม่มีใครจะชนะไปตลอด ซึ่งก็เคยยอมรับว่ามีช่วงเวลาที่เสียเงินไปจากการเล่นโป๊กเกอร์ถึงหลัก 50 ล้านยูโรเลยทีเดียว

            นอกจากนี้ กราเวอเซ่น ได้ลงหลักปักฐานใช้ชีวิตอยู่ในเวกัส แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลของการทำงานหรือการเล่นพนันเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เขาเลือกที่จะอยู่ที่สหรัฐอเมริกาต่อก็คือการที่ได้พบกับรักแท้อย่าง คามิล่า เพรสเซ สาวนางแบบลูกครึ่งเช็ค-อเมริกัน

            นี่ก็เป็นชีวิตของ โธมัส กราเวอเซ่น อีกหนึ่งนักฟุตบอลพันธ์หมาบ้าในยุค 2000 เชื่อว่าคอบอลหลายคนคงจะจำกันได้…

Facebook Comments

Related Articles