คล็อปป์ vs ร็อดเจอร์ส : เทียบความต่างกุนซือลิเวอร์พูล 2 ยุค ในมุมมอง โฆเซ เอ็นริเก้

Hightlight

อดีตแบ็คซ้ายหงส์แดงเล่าถึงความแตกต่างของกุนซือสองยุคที่ต่างก็มีฝีมือยอดเยี่ยมเหมือนกันทั้งคู่ และประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำงานที่แอนฟิลด์ รีวิวเว็บพนันออนไลน์

โฆเซ เอ็นริเก้ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล เล่าถึงความแตกต่างระหว่าง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส และเยอร์เกน คล็อปป์ ในระหว่างทำงานที่แอนฟิลด์จากประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเอง

ร็อดเจอร์ส เคยร่วมงานกับทีมหงส์แดงระหว่างปี 2012-2015 และถึงแม้จะไปไม่ถึงตำแหน่งแชมป์ แต่เขาก็เคยเกือบจะพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะเสียราฮีม สเตอร์ลิง และหลุยส์ ซัวเรซ ไปให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และบาร์เซโลนา ตามลำดับ ทำให้ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นจนต้องถูกปลดจากตำแหน่ง

จากนั้น คล็อปป์ก็เข้ามาสานต่องานของร็อดเจอร์ส และพาทีมคว้าทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และพรีเมียร์ลีกมาแล้ว รวมถึงยังคงนำลิเวอร์พูลเป็นทีมระดับแถวหน้าของยุโรปอยู่จนกระทั่งในปัจจุบันนี้

เนื่องจากเอ็นริเก้เป็นหนึ่งในนักเตะที่เคยทำงานร่วมกับทั้งสองคนมาแล้ว และทั้งสองยอดกุนซือจะโคจรมาดวลกันในวันพฤหัสบดีนี้ GOAL จึงนัดสัมภาษณ์กับนักเตะรายนี้ เพื่อให้เขาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างทั้งสองคน

อะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างหลังจากที่ทั้งสองคนถูกแต่งตั้งเป็นเฮดโค้ช?

“พวกเขาพยายามที่จะปรับทีมให้เป็นสไตล์ของตัวเอง” เอ็นริเก้กล่าวกับ GOAL “เบรนแดนนั้นแตกต่างจากคล็อปป์อย่างสิ้นเชิง คุณจะเห็นได้เลยว่าทั้งคู่เป็นกุนซือคนละแบบกัน

“ผมได้เรียนรู้อย่างมากจากทั้งคู่ ผมรักเบรนแดนและผมก็รักคล็อปป์ แม้ว่าผมจะไม่ได้เล่นมากนักภายใต้การคุมทีมของเขา แต่มันก็เป็นความผิดพลาดของผมเอง เพราะเข่าของผมไม่เอื้อ

“ทั้งคู่พยายามจะปรับให้เป็นสไตล์ของตัวเอง เบรนแดนมาจากสวอนซี และต้องทำงานกับนักเตะชื่อดัง และเขาก็วางสไตล์ของตัวเองได้ แต่ความประทับใจของคล็อปป์เป็นอีกอย่างเลยในสโมสรแห่งนี้ สำหรับผม เขาคือกุนซือชั้นนำ

“กับเบรนแดน เราต้องหาว่าเขาเป็นใคร ตอนที่เขาเข้ามา เขาย้ายมาจากสวอนซี และยังอายุน้อยๆ เขาโดดเด่นมากๆ การทำงานในทีมใหญ่กับนักเตะชื่อดังมันไม่ใช่ง่ายๆ แต่เขาก็ทำได้ เขาเป็นผู้จัดการทีมที่ดีมากๆ คนหนึ่ง”

ทุกคนพร้อมปรับตัวเข้ากับสไตล์ใหม่ไหม?

“สิ่งที่สำคัญที่สุดในเกมฟุตบอล โดยเฉพาะกับทีมใหญ่ คือทุกคนต้องเชื่อมั่นในผู้จัดการทีม และทำตามที่พวกเขาต้องการ สำหรับผม สิ่งที่คล็อปป์ทำกับลิเวอร์พูลมันสุดยอดมาก ทำให้โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และโรแบร์โต ฟีร์มิโน วิ่งแบบสุดแรง คุณจะไม่ได้เห็นทีมอื่นๆ ในโลกที่วิ่งกันแบบนั้น

“มันมหัศจรรย์มากกับสิ่งที่เขาทำกับพวกนักเตะชื่อดัง คือคนอย่างซาลาห์ โดยปกติแล้วอาจจะบอกว่า โอเค ผมแค่อยากจะยิงประตูนะ แต่พวกเขาต่างก็วิ่งกันเยอะอย่างกับเป็นฟูลแบ็ค

“คล็อปป์บอกเราตั้งแต่วันแรกว่า อย่าเข้าใจว่าผมกำลังโกรธพวกคุณ ผมก็แค่บอกอะไรในแบบของผม เขาอยากให้ทุกคนเข้าใจว่านี่คือวิธีของเขา เขาพูดอย่างชัดเจนว่าการตะโกนไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังทำอะไรผิด มันก็แค่เป็นบุคลิกของเขา

“เขามีออร่ารอบตัวในแบบที่ว่า แม้แต่ตอนที่เขากำลังตะคอกใส่คุณ คุณก็ยังรู้ว่าเขาพยายามจะช่วย มันแปลกมากๆ นั่นคือเหตุผลที่เขาสุดยอดมากๆ”

วิธีการฝึกซ้อมของทั้งคู่แตกต่างกันอย่างไร?

“คล็อปป์จะเข้มข้นกว่า แต่พูดตรงๆ นะ การฝึกซ้อมที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น ซึ่งมันแตกต่างกันไปในทุกๆ วัน คือกับเบรนแดน เขาสุดยอดมาก เขาเปลี่ยนอะไรๆ ไปทุกวันเลย

“คุณอาจจะแปลกใจว่า ทำไมเราต้องทำแบบนี้กัน? แต่เขาจะอธิบายให้ฟัง และมันก็มีเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น เขาคิดมาเยอะมาก

“อย่าเข้าใจผมผิดนะ คือคล็อปป์ก็ยอดเยี่ยม แต่สำหรับเขา มันคือการซ้อมให้หนัก มันคือการทุ่มเททุกอย่าง และลุยเข้าไปให้เต็มที่

“ผมสนุกกับทั้งคู่ แต่สิ่งที่คล็อปป์ทำ การทำให้นักเตะวิ่งกันได้แบบนั้น ผมแทบจะไม่อยากเชื่อเลย ทุกคนเข้าใจดีว่าพวกเขาต้องวิ่งและกดดัน แล้วจะมีใครบางคนคอยวิ่งตาม นั่นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด

“เขาเป็นคนที่เรียกร้องสูงมาก คือทั้งคู่ก็เรียกร้องเหมือนกัน แต่คล็อปป์มากกว่า”

สไตล์การเล่นแตกต่างกันแค่ไหน?

“เบรนแดนจะชอบครองบอลมากกว่า คือคล็อปป์ก็ชอบทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ทั้งคู่มีความคิดเวลาที่พวกเขาได้ครองบอลแตกต่างกัน อย่างเบรนแดนจะใช้พวกนักเตะในกองกลางมากกว่า อย่างเจมส์ แมดดิสัน พอพวกเขาได้บอล เราก็จะปรับเกมได้

“ส่วนคล็อปป์จะชอบให้พวกนักเตะวิ่งให้มากและทำงานให้หนัก แต่ว่าทั้งคู่มีไอเดียที่ชัดเจนว่านักเตะจะเข้าไปอยู่ตรงไหนในระบบของพวกเขา สิ่งที่คล็อปป์ทำคือการดึงศักยภาพของนักเตะที่เขาซื้อมาออกมาให้ได้มากที่สุด

“ดูอย่างคอสตาส ซิมิคาส เมื่อปีที่แล้วดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล แต่มาปีนี้เขากลายเป็นนักเตะอีกคนไปเลย อย่าเข้าใจผมผิด คือร็อบโบ้ (แอนดี้ โรเบิร์ตสัน) นั้นอยู่อีกระดับหนึ่ง แต่คอสตาสก็แสดงให้เห็นว่าเขาเล่นในระดับนี้ได้ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ มีใครบางคนอยู่ข้างหลัง คอยผลักดันให้คุณโชว์ฟอร์มให้ได้ดีที่สุด

“ซาลาห์ตอนอยู่โรมาก็ไม่ได้ยิงได้มากขนาดนี้ และเล่นเป็นกองกลางมากกว่า เขาเล่นได้อีกระดับภายใต้การคุมทีมของคล็อปป์ และนั่นคือสิ่งที่สุดยอดที่เขาทำกับนักเตะเหล่านี้”

ทักษะการจัดการคนของทั้งคู่แตกต่างกันอย่างไร?

“ทั้งคู่ต่างก็ให้ความใส่ใจกับพวกนักเตะมากๆ แต่โค้ชอย่างเบรนแดนในทุกวันนี้ ไม่ใช่โค้ชแบบที่เขาเป็นในตอนนั้น คือเขามีประสบการณ์กับเชลซี ตอนอยู่กับโจเซ มูรินโญ เขาได้เรียนรู้จากผู้จัดการทีมชั้นนำ แต่เขาไม่ได้มีประสบการณ์กับทีมใหญ่ โดยเฉพาะการต้องรับมือกับดาวรุ่งที่อายุ 20 หรือ 21 ปี

“เขาเป็นผู้นำที่ดี เขาเกือบจะได้แชมป์ลีก เขาพาเราไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกได้ คือเขาก็ทำในสิ่งที่โดนคาดหวังมาได้ แต่เบรนแดนในตอนนี้เป็นโค้ชที่ดีกว่าที่เขาเคยเป็น ในแง่ของการบริหารสโมสร แต่ว่านักเตะทุกคนพูดถึงเบรนแดนในแง่ดีมากๆ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม

“ตอนที่คล็อปป์เข้ามา เขามีประสบการณ์มากกว่าที่เบรนแดนมี เขามีเวลามากกว่าด้วย คล็อปป์เป็นผู้จัดการทีมที่ทำอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการกับลิเวอร์พูล เขาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่าง

“ตอนที่เขาเข้ามาในการแถลงข่าวครั้งแรก เขาบอกว่ามีความคาดหวังที่สูงมากๆ เขาบอกว่าภายใน 4 ปี เขาจะพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้ ตอนที่ผมได้ยินเรื่องนั้น ผมแบบว่าอะไรจะมั่นใจขนาดนั้น ที่จะคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกและพรีเมียร์ลีก ผมไม่เห็นสิ่งที่เขามีในตัวผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ในตอนนี้เลย

“สำหรับผม เขาคือผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลก ผมไม่ได้พูดแบบนี้เพราะผมเคยเล่นให้ลิเวอร์พูล และเป็นกองเชียร์ลิเวอร์พูลนะ ผมพูดเพราะผมเชื่อว่าถ้าเขามีเงินให้ใช้มากกว่านี้ ลิเวอร์พูลจะยิ่งทำได้ดีกว่านี้อีก”

ใครโวยวายมากกว่ากัน?

“แน่นอนว่าต้องเป็นคล็อปป์ แต่ไม่ได้ว่ากันนะ

“ผมไม่ได้เล่นภายใต้การคุมทีมของเขามากนัก เพราะสถานการณ์เรื่องเข่าของผม แต่สิ่งที่ผมเห็นคือเขายอดเยี่ยมมาก มีวันหนึ่งเขาให้ผมเป็นกัปตันทีมลิเวอร์พูล เพราะเขารู้ว่าผมไม่ใช่นักเตะแบบที่ผมเคยเป็นอีกแล้ว เขาพูดกับผมเป็นการส่วนตัวอย่างจริงใจ นั่นเป็นสิ่งที่ช่วยได้มาก

“มันช่วยได้มากตอนที่คุณพูดความจริงกับพวกนักเตะ เพราะคุณจะรู้ว่าคุณยืนอยู่ตรงไหน เขาพูดกับคุณตรงๆ ในทุกๆ อย่าง ไม่ใช่เอาไปพูดลับหลัง

“แน่นอนว่าคล็อปป์มีความมุ่งมั่นมากกว่า ตอนที่เขาพูด คุณจะเห็นได้เลยว่านักเตะทุกคนฟัง เขาพูดกับทุกคนแบบเหมือนๆ กัน พูดกับซาลาห์, กับมาเน เขาไม่แคร์หรอก ซาลาห์รู้ว่าเขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลกตอนนี้ หรืออย่างเวอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่เป็นกองหลังที่ดีที่สุด แต่คล็อปป์คือตัวหลัก เขาเป็นคนที่ได้ความเชื่อใจจากพวกนักเตะ”

Facebook Comments

Related Articles