คอลัมน์ฟุตบอลเกมแห่งชีวิตbyบีแหลมสิงห์:“แรงกดดัน”กับ”คนหัวร้อน”

ความพ่ายแพ้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาบ้านตัวเองให้กับ สเปอร์ส เป็นสิ่งที่ยากต่อการยอมรับของทุกฝ่าย

แฟนบอล, บอร์ดบริหาร, นักบอล และแน่นอนคนทำทีม

ว่ากันในเชิงของคนทำทีมอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้ร่ำรวยและมั่งคั่งเรื่องความสำเร็จกับชีวิตการทำงานผู้จัดการทีมมาแทบจะตลอด

ยิ่งทำให้เขากดดันเป็นหลายร้อยเท่า

การระเบิดอารมณ์ออกมากับผู้สื่อข่าว ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนให้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง ตลอดอาชีพการทำงานของเขาเช่นเดียวกัน

การเปิดตัวครั้งแรกในฐานะผู้จัดการทีมเชลซี เมื่อปี 2004 วลีเด็ดที่ติดอยู่ในหัวอกของแฟนบอลและนักข่าวอังกฤษ นั่นคือ “ผมเคยเป็นแชมป์ยุโรป”

ก่อนจะกลับมา เชลซี อีกรอบ เมื่อ 2013 เขามีท่าทีที่เป็นมิตรยิ่งขึ้นกับคำว่า “แฮปปี้ วัน” ไม่ใช่ “สเปเชี่ยล วัน” เมื่อครั้งแรก

จนถึงวการทำงานให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นงานใหญ่อีกครั้งในชีวิต และทำท่าว่าทุกอย่างจะดีเมื่อได้”ดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วย”มาครอง

ประคองตัวให้ได้สำเร็จ แต่แววตากับความรู้สึกของ มูรินโญ่ กับ นักข่าวอังกฤษ เริ่มเป็นอริกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

เราจะเห็นได้ว่า มูรินโญ่ เม้งแตกกับผู้สื่อข่าวอังกฤษบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งช่วงปรีซีซั่น กลายเป็นว่าเขาเพาะศัตรูไปทั่ว

การด่าแฟนบอลว่าไม่สมควรเข้ามาดูการแข่งขันปรีซีซั่น, การบอกว่า นักบอลที่ใช้ในปรีซีซั่น เป็นนักบอลของเขาแค่ 30 เปอร์เซนต์, การมีปัญหากับนักเตะตัวเองทั้ง อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และอันโตนิโอ วาเลนเซีย

หนักสุดเลยก็คือ การออกมาแฉการทำงานที่เชื่องช้าจะเอาอะไรก็ไม่เอาของบอร์ดบริหารทีม

กระทั่งมาตบะแตกด่านักข่าวทั้งก่อนและหลังการแข่งขัน

ก่อนเกมคือ “ผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเพราะในบางครั้งผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผมมาทำอะไรที่นี่ เพราะว่าพวกคุณ (สื่อ) รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว”
“ในช่วงระหว่างสัปดาห์ดูเหมือนว่าคุณแสดงให้เห็นว่ารู้ไปหมดทุกอย่าง และผมยังมาที่นี่เพื่อตอบคำถามพวกคุณ มันแปลกสักหน่อยนะ”

หลังเกมคือให้ “เคารพกันหน่อย” ด้วยการขุดเรื่องเก่ามาข่มว่า ผมคือแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย

ทั้งหมดคือ แรงกดดัน ที่ถาโถม

ในแง่ของการทำงาน เมื่อทีมคู่ปรับประจำเมืองดูดีมีสไตล์เป็นดับเบิ้ลแชมป์ในปีเดียวกัน ขณะที่คู่ปรับตลอดกาล เดินหมากในตลาดได้ดีกว่าหลังจากเป็นรองมานานนับ 20 ปี

งานนี้ มูรินโญ่ จะต้องนิ่งกว่านี้(หรือไม่) งานนี้ มูรินโญ่ ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป(หรือเปล่า) สำคัญเลยก็คือ ผลงานของทีมต้องกลับมาโดยเร็ว(ใช่มั๊ย) ถึงจะหยุดปากของสื่อผู้ดีเอาไว้ได้

เพราะนี่คือปฏิบัติการณ์”เอาคืน” เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า สื่อผู้ดีนี่สายโหดเขียนขยี้แบบไร้เยื่อใยได้ทุกวินาที

ภาษาปัจจุบันคือ “หัวร้อน” ดังนั้นการเป็น”ไม้เบื่อไม้เมา”กับสื่อนี่ไม่ใข่เรื่องดี

เพราะตอนนี้เขามีหน้าที่ต้อง”แก้ไขสถานการณ์”มีผูกเข้ากับ”เงื่อนไขของเวลา”

ที่ดูเหมือนว่ามันจะ”น้อยลง”ทุกที

 

บี แหลมสิงห์

Comments

comments