จะเกิดอะไรขึ้นหากฟีฟ่าแบนลูกหนังไทย

  การเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะมีขึ้นในวันที่ 12 ก.พ.นี้ ซึ่ง มี 2 แคนดิเดตอย่าง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และ ดร.ภิญโญ นิโรจน์ สมัครลงชิงชัย โดย สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ส่งหนังสือไปยัง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ถึง 2 ฉบับ ลงวันที่ 29 มกราคม และ 5 กุมภาพันธ์ 2020 เพื่อแจ้งว่า มีความกังวลว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะถูกแทรกแซงจากบุคคลที่ 3

ล่าสุด เวรอน โมเซนโก เจ้าหน้าที่บริหารองค์กรสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ส่งจดหมายตอบกลับมายัง กรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อเตือนให้การเลือกตั้ง ปราศจากการแทรกแซงใดๆ และ ฟีฟ่า จะส่งตัวแทนเข้าร่วมสังเกตุการณ์ด้วย โดยมีเนื้อหาดังนี้

ถึงเลขาธิการสมาคมฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า เราได้รับจดหมายลงวันที่ 29 มกราคม และ 5 กุมภาพันธ์ 2020 ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้งของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นที่เรียบร้อย และขอขอบคุณสำหรับจดหมายดังกล่าว

ในบริบทนี้ เราได้ตั้งข้อสังเกตด้วยความวิตกกังวลต่อความเห็นของคุณ เกี่ยวกับความพยายามที่จะมีการแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งของสมาคมฯ ซึ่งตามที่คุณได้ชี้แจงในจดหมาย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะที่เป็นองค์กรสมาชิกของฟีฟ่า มีสิทธิ์ที่จะจัดการเลือกตั้งได้อย่างอิสระ ปราศจากอิทธิพลในทางที่มิชอบจากบุคคลที่ 3 โดยการละเมิดสิทธิ์ดังกล่าว อาจนำไปสู่การแทรกแซง ซึ่งผิดต่อระเบียบของฟีฟ่า จนมีโอกาสที่จะถูกระงับสถานะการเป็นสมาชิกของสหพันธ์ฯ

            ดังนั้น เราขอให้สมาคมฯ ดำเนินจัดการเลือกตั้งตามกำหนด ได้อย่างเป็นอิสระ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ตามข้อบังคับ และระเบียบการเลือกตั้ง ซึ่งในโอกาสนี้ ผู้สังเกตการณ์จากฟีฟ่าและเอเอฟซีจะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน เราขอให้คุณแจ้งเราโดยทันที หากมีการแทรกแซงในกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ระหว่างการเลือกตั้งครั้งนี้

ทั้งนี้หาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถูกแบนจริง จะมีผลกระทบมากมายดังนี้

1. สมาคมฯ จะเสียสิทธิ์การเป็นสมาชิกของฟีฟ่า และถูกถอดออกจากการแข่งขันที่ ฟีฟ่า รับรองทุกรายการ ทั้ง ฟุตบอลชาย, ฟุตบอลหญิง, ฟุตซอล และ ฟุตบอลชายหาด ยกตัวอย่างเช่น ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ที่ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ กำลังลงแข่งขันอยู่จะถูกปรับแพ้ในโปรแกรมการแข่งขันที่เหลือทั้งหมดทันที และจะไม่มีสิทธิ์ลงแข่งขันในเกมที่เหลือด้วย

2. สมาคมฯ จะไม่ได้รับอนุญาตให้จัดการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ ทั้งในระดับทีมชาติ รวมถึง สโมสร ในทุกระดับ

3. นอกจากทีมชาติชุดใหญ่ และ ทีมของสโมสรสมาชิกแล้ว ฟุตบอลเยาวชนทุกประเภท จะไม่สามารถทำการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติได้ทุกรุ่น

4. ฟุตบอลลีกภายในประเทศที่จัดโดยสมาคมฯ จะไม่ได้รับการรับรอง และทุกสโมสรจะถูกเพิกถอน คลับ ไลเซนซิง ทันที และทุกสโมสรจะไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันที่จัดโดยฟีฟ่า และ เอเอฟซี ได้

5. สถานะของนักกีฬาไทยในต่างประเทศ ยังทำการแข่งขันได้ตามปกติ (เช่น ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ ธีราธร บุญมาทัน ที่เล่นอยู่ในเจลีก) แต่หากนักเตะต้องการจะย้ายข้ามประเทศจะไม่สามารถทำได้ (เช่น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่กำลังจะย้ายทีมไปเล่นให้กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ ในเจลีก เป็นต้น) เนื่องจากสมาคมฯ จะไม่มีอำนาจในการอนุมัติเรื่องใบอนุญาต ITC (ใบอนุญาตโอนย้ายนักเตะระหว่างประเทศ) ทันที

6. นักฟุตบอลต่างชาติจะไม่สามารถเข้ามาค้าแข้งในประเทศไทยได้อีก เพราะไม่มีผู้รับรองเรื่อง ITC (ใบอนุญาตโอนย้ายนักเตะระหว่างประเทศ) รวมถึง นักฟุตบอลต่างชาติที่ค้าแข้งในไทยจะไปค้าแข้งต่างประเทศก็ทำไม่ได้ เนื่องจากไม่มีผู้รับรองเรื่องใบอนุญาต ITC (ใบอนุญาตโอนย้ายนักเตะระหว่างประเทศ)

7. บุคลากรชาวไทยที่ทำงานในสังกัดของสมาคมฯ จะไม่สามารถลงปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันระดับนานาชาติได้ อาทิ ผู้ตัดสินชาวไทย, ผู้ควบคุมการแข่งขันชาวไทย และผู้ประเมินผู้ตัดสินชาวไทย เป็นต้น

8. สมาคมฯ จะไม่ได้รับการสนับสนุนเรื่อง งบประมาณ จากโครงการต่างๆ ของฟีฟ่า รวมถึงโครงการต่างๆ ของ เอเอฟซี รวมถึงระบบ VAR (Video Assistant Referee) จะไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะขาดการตรวจสอบจากฟีฟ่าและคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB)

9. ถูกตัดขาดจากประเทศสมาชิกที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฟีฟ่า ในการประสานงานเรื่องการขอความช่วยเหลือ หรือจัดการแข่งขัน จัดการประชุม ในระดับนานาชาติ             สำหรับ การประชุมใหญ่พิเศษเพื่อการเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมการกลาง ชุดใหม่ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นี้ จะมีขึ้นตั้งแต่เวลา 13.00 ถึง 15.00 น. ณ ห้องวิภาวดี บอลรูม ชั้น L โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

Facebook Comments

Related Articles