ช้างศึกเต็มสูบดวลซาอุฯ-”นิชิโนะ”มั่นใจแข้งไทยไม่เป็นรอง

ดูไฮไลท์ุตบอลฟรี

            ศึกลูกหนัง ชิงแชมป์เอเชียยู-23 2020 เดินทางมาถึงรอบน็อคเอาท์ 8 ทีมสุดท้าย โดย ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย จะลงสนามดวลกับ “เศรษฐีน้ำมัน”  ซาอุดีอาระเบีย ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต  เริ่มฟาดแข้ง ในเวลา 17.15 น. เป็นต้นไป ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด ซึ่งรายการนี้จะเอา 3 ทีมผ่านเข้ารอบไปเตะในโอลิมปิก เกมส์ 2020 กลางปีหน้า

               โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวขึ้นที่สนาม ราชมังคกลากีฬาสถาน นำโดย อากิระ นิชิโนะ กุนซือทีมชาติไทย พร้อมด้วย สะอั๊ด อัล เชห์รี เฮดโค้ชทีมชาติ ซาอุดีอาระเบีย  ซึ่ง นิชิโนะ กล่าวว่า

“แน่นอนว่าเกมในรอบน็อคเอาท์ จะต่างจากรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งความกดดันที่น่าจะมีขึ้น และเราจะต้องเจอกับ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเราต้องยอมรับว่าเราเป็นรอง พวกเขาเป็นทีมที่มีความสามารถอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือเราต้องพยายามเล่นตามสไตล์ของตัวเอง นั่นก็คือเล่นให้รวดเร็ว เคลื่อนที่ตลอดเวลา และอีกคอนเซ็ปต์ที่สำคัญก็คือการท้าทายที่ผ่านมา เราผ่านการท้าทายในรอบแบ่งกลุ่มมาได้แล้ว เราก็ต้องพร้อมที่จะท้าทายในระดับต่อไป”

“ที่ผ่านมา ก็รู้จักซาอุดีอาระเบีย และเข้าใจมาตลอด ว่าเขาจะใช้กองหลัง 4 คน เกมอุ่นเครื่องที่เจอกับเราก็ใช้แบบนั้น หลังจากนั้นก็ได้ติดตาม ก็เห็นว่าพวกเขาก็มีใช้หลัง 3 คนเช่นกัน แสดงให้เห็นว่า ซาอุดีอาระเบีย มีความหลากหลายมาก และก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพที่ดี เขามีกายภาพ และศักยภาพที่สูงกว่าเราอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ต้องยกย่องซาอุดีอาระเบียในเรื่องนี้”

“ตลอดการคุมทีมมาหลายนัด แมตช์ที่ไม่เคยลืมก็คือการชนะซาอุดีอาระเบีย แต่มันก็ไม่ใช่ข้อได้เปรียบ เพราะซาอุดีอาระเบีย ก็มีคอนเซ็ปต์ชัดเจน ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย และมีความหลากหลายในรูปแบบการเล่น ผมต้องกำชับนักเตะว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็จะพยายามนำประสบการณ์ที่เคยเจอกับ ซาอุดีอาระเบีย มาถ่ายทอดให้นักเตะได้เข้าใจมากที่สุด ผมเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถ ซึ่งนอกจากสร้างบรรยากาศแล้ว ก็พยายามบอกให้นักเตะตั้งเป้าหมายให้สูงไว้ก่อน”

สำหรับสภาพทัพ ช้างศึก ของ นิชิโนะ เวลานี้เรียกได้ว่าสมบูรณ์เต็มสูบ เมื่อจะไม่ต้องเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน  ซึ่งแข้งตัวหลักที่โดนดร็อปเป็นสำรองในเกมเสมอ อิรัก จะกลับมาลงสนามทั้งหมด โดยผู้รักษาประตูวาง กรพัฒน์ นารีจันทร์  ยืนเฝ้าเสา ส่วนแนวรับ  ทิตาธร อักษาศรี จะเป็นแบ็กซ้าย พร้อมให้ ศฤงคาร พรมสุภะ กับ ทิตาวีร์ อักษรศรี ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ และ กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ ยืนแบ็กขวา ส่วนแดนกลาง  กฤษดา กาแมน และ สรวิทย์ พานทอง จะกลับมายืนเป็นห้องเครื่อง พร้อมให้  สุภโชค สารชาติ ,เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ และ  ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา เป็นสามประสานในแนวรุก ขณะที่กองหน้าตัวเป้าต้องวัดใจ นิชิโนะ ว่าจะใช้  ศุภชัย ใจเด็ด  หรือ เบนจามิน เดวิส ที่เกมที่แล้วทำผลงานยอดเยี่ยมมาก ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า

            ทางฝั่ง ซาอุดีอาระเบีย ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่ม จบตำแหน่งแชมป์กลุ่ม B ด้วยผลงานชนะ 2 เสมอ 1 มี 7 คะแนน สร้างผลงานชิ้นโบว์แดงด้วยการเอาชนะเจ้าภาพโอลิมปิก เกมส์ 2020 อย่างญี่ปุ่น 2-1 และชนะซีเรีย 1-0 เกมนี้ สะอั๊ด อัล เชห์รี กุนซือของทีม เชื่อว่าเกมที่จะพบกับทีมชาติไทย น่าจะเป็นเกมที่ยาก เพราะไทยเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ไทยยังได้พักมากกว่า 1 วัน แต่เราจะพยายามเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด

            โดยสภาพจะไม่ต้องเจอปัญหาแข้งได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบน นำโดย อับดุลราห์มาน การีบ แนวรุกตัวจิ๊ด ,อัยมาน อัล คูลาอีฟ และ เฟราส อัล บิราคาน ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้ง 3 เกมที่ผ่านมา

            สำหรับสถิติที่ทั้งคู่เคยพบกันมาปรากฏว่า ไทย นั้นเคยดวล ซาอุดีอาระเบีย ในรายการนี้มาแล้ว 1 ครั้งในรอบ แบ่งกลุ่ม เมื่อปี 2016 ซึ่งครั้งนั้นเสมอกัน 1-1 ก่อนที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาจะดวลกันในเกมอุ่นเครื่อง และเป็น ซาอุดีอาระเบีย ที่เอาชนะไปได้ 1-0

Facebook Comments

Related Articles