ตำนานฟุตบอลโลกครั้งที่ 19 (แอฟริกาใต้ 2010)

ผ่านพ้นมาสู่สมัยที่ 19 ถึงคราวต้องเอา”ตำรามาเผา”!!!

ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนถึง 3 เหตุการณ์สำคัญ แต่ในที่สุดเหมือนกับถึงเวลาของมันเป็นที่เรียบร้อย

1.ไม่เคยมีทีมไหนออกสตาร์ทด้วยความพ่ายแพ้แล้วก้าวไปเป็นแชมป์

2.เจ้าภาพไม่เคยตกรอบแรก

3.ทีมยุโรปไม่เคยได้แชมป์นอกทวีป………..ทั้งหมดจบลงแล้ว!!!

“แอฟริกาใต้” เจ้าภาพจากการฬทวีปทีมแรก พลาดท่ากระเด็นตกรอบแรก หลังจากอาศัยการเล่นของ สตีเว่น พีนาร์ เพียงเดียวเท่านั้น และทีมเร่งไม่ขึ้น ตกรอบไปพร้อมกับ ฝรั่งเศส ที่ทีมแตกทะเลาะกันเองจนเป็นเหตุต้องมีการไล่นักเตะกลับบ้าน

ขณะที่ สเปน ออกสตาร์ทด้วยการแพ้ สวิตเซอร์แลนด์ ในเกมแรก และเป็นการแพ้หนแรกให้กับ สวิส แต่พวกเขาก้าวไปเป็นแชมป์ได้สำเร็จ

ขณะที่ กาน่า พลาดโอกาสการเป็นทีมแรกของทวีปแอฟริกาที่เข้าถึงรอบตัดเชือก เมื่อเขากำลังจะได้ประตูในนาทีสุดท้ายของการต่อเวลา แต่ หลุยส์ ซัวเรซ ใช้มือปัดบอลออกมา ทำให้โดนใบแดง และให้ไปวัดดวงในการยิงจุดโทษ ซึ่ง กียาน อซาโมอาห์ ซัดพลาด ก่อนจะดวลเป้าและ อุรุกวัย เข้ารอบรองฯ

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญก็คือ ดีเอโก้ มาราโดน่า เข้ามาคุมทัพอาร์เจนติน่า พาทีมผ่านรอบคัดเลือก ก่อนจะเข้าถึงรอบ 8 ทีม และแพ้ให้กับคู่ปรับตลอดกาลของเขาอย่าง เยอรมนี ขาดลอย 0-4

ในรอบรองชนะเลิศ เป็นการพบกันของสองทีมเต็งในทัวร์นาเมนท์นี้ ซึ่งเป็นคู่ชิงของศึกยูโร 2012 โดยในเกมนี้ สเปน ยังเป็นฝ่ายย้ำแค้นเฉือนเอาชนะ เยอรมัน ไปได้ 1-0 จากประตูชัยของ การ์เลส ปูโยล ในนาทีที่ 73 เข้าไปพบกับ เนเธอร์แลนด์ ที่เฉือนอุรุกวัยมา 3-2

เกมรอบชิงชนะเลิศฟาดแข้งกันที่ ซ็อคเกอร์ ซิตี้ เมืองโยฮันเนสเบิร์ก มี ฮาเวิร์ด เว็บบ์ มือดีจากประเทศอังกฤษเป็นผู้ตัดสิน โดยเกมดำเนินไปด้วยความตื่นเต้น แม้ว่าจะไม่มีประตูเกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติก็ตาม ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป

ในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 116 อันเดรียส อิเนียสต้า มายิงประตูชัยช่วยให้ สเปน ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกไปครองได้สำเร็จ ส่วนคู่ชิงอันดับสาม เยอรมัน เฉือนเอาชนะ อรุกวัย ไปได้ 3-2

โดย ดิเอโก้ ฟอร์ลัน หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมและดาวซัลโวร่วมกับ เวสลีย์ ชไนเดอร์ (เนเธอร์แลนด์), โธมัส มูลเลอร์ (เยอรมัน) และ ดาบิด บีญ่า (สเปน)

Comments

comments