ตำนานฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 (บราซิล 2014)

โลกลูกหนังกลับเข้าสู่อ้อมกอดของพระเจ้าอีกครั้ง เมื่อ “แซมบ้า” ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก สมัยที่ 2

แต่ความหวังกลับกลายเป็นความจริงอันเจ็บปวด เมื่อ บราซิล ตกรอบรองชนะเลิศแบบย่อยยับที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อแพ้ให้กับ เยอรมนี กระจุยถึง 1-7 เป็นการแพ้ยับสุดตั้งแต่ปี 1920 ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีฟุตบอลโลก

“football is over” นี่คือคำกล่าวแสดงความปวดร้าวของชาวบราซิเลี่ยน!!!

ขุนพลเซเลเซา ขาด เนย์มาร์ ที่บาดเจ็บหนักในรอบ 8 ทีมที่ปราบ โคลอมเบีย รวมถึงไร้เงา ติอาโก้ ซิลวา ที่ติดแบนอดคุมเกมรับ ทำให้แพ้ยับขาดลอย

จนมีข่าวหลุดออกมาว่า นักเตะบางส่วนที่ถูกเรียกมาติดทีมชุดนี้ก็เพราะการขู่แกมบังคับจากการเมือง และสมาคมฟุตบอลฯ ที่ล้วงลูกการทำงานของ หลุยส์ เฟลิปเป้ สโคลารี่

ขณะที่การต่อกรครั้งนี้ถือว่าสูสีอย่างมาก เยอรมนี เบียดชนะ แอลจีเรีย แบบต้องลุ้นถึงช่วงต่อเวลา ก่อนจะบด ฝรั่งเศส 1-0 และมาระเบิดฟอร์มยำ บราซิล ได้เข้าชิงกับ อาร์เจนติน่า ของ ลีโอเนล เมสซี่

ซึ่ง “ฟ้าขาว” ก็รีดพลังเหนื่อยหลายเกมทั้งการต่อเวลาชนะ สวิส 1-0 ก่อนจะมาเฉือน เบลเยี่ยม ด้วยสกอร์เดียวกันในรอบ 8 ทีม และมาดวลเป้าชนะ เนเธอร์แลนด์ ที่โกงตายมาแบบไม่แพ้กัน

ซึ่ง เยอรมัน นั้นผ่านเขาไปชิงชนะเลิศพบกับ “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า ถือเป็นการรีแมตช์คู่ชิงในปี 1986 ทั้งสองทีมสู้กันอย่างระมัดระวัง อาร์เจนติน่า มีโอกาสได้ประตูหลายครั้งจาก กอนซาโล่ อิกวาอิน แต่ก็ทิ้งให้หลุดลอยไป ทำให้เสมอ 0-0 ในเวลาปกติ

ในช่วงต่อเวลาพิเศษในนาทีที่ 113 มาริโอ เกิทเซ่ กลายเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยช่วยให้ เยอรมัน เฉือนเอาชนะ อาร์เจนติน่า 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 4

RIO DE JANEIRO, BRAZIL – JULY 13: Mario Goetze of Germany (L) celebrates scoring his team’s first goal with Thomas Mueller during the 2014 FIFA World Cup Brazil Final match between Germany and Argentina at Maracana on July 13, 2014 in Rio de Janeiro, Brazil. (Photo by Jamie McDonald/Getty Images)

ส่วนเกมนัดชิงอันดับสาม เนเธอร์แลนด์ ถล่มเอาชนะเจ้าภาพบราซิล ไป 3-0 ขณะที่นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์คือ ลีโอเนล เมสซี่ จากอาร์เจนติน่า ส่วน ฮาเมส โรดริเกวซ จาก โคลอมเบีย คว้าดาวซัลโวด้วยการกดไป 6 ประตู

Comments

comments