บทสรุป”เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้นัดที่233″by”บีแหลมสิงห์”

สมัยเด็ก ๆ ยังจำงานเขียนของ “พี่โย่ง” เอกชัย นพจินดา ฮีโร่ตลอดกาลในดวงใจของผม กับหนังสือเอ็กซ์ตร้าลิเวอร์พูล

“อีเวอร์ตันนั้นไซร้คือหนามยอกอก”……นั่นคือเหตุเกิดที่กูดิสัน พาร์ค ด้วยประตูชัยของ เวย์น คลาร์ก ทำให้ อีเวอร์ตัน ตอนนั้น หรือ เอฟเวอร์ตัน ตอนนี้ เอาชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 หยุดสถิติไร้พ่ายเอาไว้ที่ 29 เกม ในซีซั่น 1987-88

มาในวันนี้…….”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พลาดการขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง หลังจากทำได้แค่บุกไปเสมอกับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน 0-0

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แฟนบอลเอฟเวอร์ตัน ส่งเสียงเชียร์กดดันกระหึ่มจริง ๆ

รวมถึงฟอร์มการเล่นของหลายคนที่ดีอย่าง เซมุส โคลแมน, กิลฟี่ย์ ซิกูร์ดส์สัน และลูก้า ดีญ ยอดเยี่ยมมาก ๆ

ทำให้ตอนนี้หลังจากจบนัดที่ 29 จ่าฝูงเปลี่ยนมือไปเป็น “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี 71 คะแนน นำหน้า หงส์ 1 แต้ม

ครึ่งแรก ถือว่าเกมเปิดได้น่าสูสี กระทั่งผ่านครึ่งทาง ลิเวอร์พูล ครองเกมได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และน่าจะได้ประตูอย่างสุด ๆ แต่เพราะบอลของ โม ซาลาห์ ที่ได้แต่งถึงสองจังหวะแบบไร้คนกดดัน กลับแต่งบอลไม่นิ่ง และยิงไม่ผ่าน จอร์แดน พิคฟอร์ด

การที่บอลแรกเป็นของ ลิเวอร์พูล มาตลอด และเล่นบีบได้เร็วทำให้ เอฟเวอร์ตัน มีหน้าที่โยนทิ้งอย่างเดียว แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้ นัยหนึ่งมันแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวและเร่งรีบในหลาย ๆ จังหวะ บวกกับสถานการณ์ในสมรภูมิคู่ปรับร่วมเมือง

เร่งรีบ, ร้อนลน และสุดท้ายก็คือ ลนลานในครึ่งเวลาหลัง

มาร์โก้ ซิลวา ไม่ได้แก้อะไรมาก เขาเปลี่ยนตัวตามตำแหน่ง แต่คุณภาพของเกมดีขึ้น เพราะ ลิเวอร์พูล เล่นด้วยความกดดัน ก่อนจะเป็นอีกนัดที่เปลี่ยนตัวแล้ว

ทีมตกเป็นรอง

การเปลี่ยน ดิว็อค โอริกี้ ออกจากสนามถือว่าไม่แปลก แม้ ดิว็อค จะเป็นตัวเชื่อมเกมจากกลางไปหน้าได้น่าสนใจ แต่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ คือตัวเลือกแรกหากเขาไม่เจ็บ ขณะที่ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม นี่ก็วิ่งจนหมดเหมือนเร่งไม่ขึ้น เนื่องจากกรำศึกมาหลายเกม

เจมส์ มิลเนอร์ ได้ลงมาเล่นในตำแหน่งเดียวกับนัดเจอ วัตฟอร์ด เพียงแต่หนนี้สลับฝั่งมาเล่น บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ ทางซ้าย กลายเป็น “เล่นไม่ออก”

ทีนี้หนักเลยเพราะเกมเสียไปหมด มีอยู่ช่วงก่อนถึง 10 นาทีสุดท้าย เสียบอลแบบหมูหวาน 4 หนติด

น่าสนใจก็คือ “ไพ่ใบสุดท้าย” กลับกลายเป็น อดัม ลัลลาน่า ที่พิสูจน์แล้วว่า สัญญาฉบับใหม่ไม่ควรได้ และเขาเหมาะกับทีมเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่ใช่คนที่เหมาะกับสไตล์ทีมปัจจุบันอีกต่อไป

ไม่แปลกที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็ต้องรับไปในเรื่องนี้

มันตรงกันข้ามกับช่วงครึ่งซีซั่นแรก ที่หยิบจับอะไรดูดีไปหมด และเมื่อมาถึงตรงนี้ คล็อปป์ ดูเครียดมาก ๆ ซึ่งจุดนี้ทุกคนเข้าใจ

เขาแบกความหวังจากแฟนบอลทั้งโลก

แต่ คล็อปป์ รวมถึงแฟนบอลคุณก็ต้องไม่ลืมว่า ปีนี้จากการเสริมทัพคือ “ลิเวอร์พูล ต้องลุ้นแชมป์” แต่ไม่ได้บอกว่า “ลิเวอร์พูล ต้องได้แชมป์” เพียงแต่ทีมออกสตาร์ทดี มีบางช่วงนำถึง 10 แต้มก่อนปีใหม่

ทำให้ความหวังต่าง ๆ มันพุ่งพล่านทะยานขึ้นสู่ยอดเสา

มาถึงตรงนี้ การตกมาอยู่ที่ 2 เหมือนกับการเตือนสติของ คล็อปป์ ให้กลับมาผ่อนคลายอีกสักหน่อย ไม่อย่างนั้นบรรยากาศมันจะแย่ และที่ทำมามันจะพังไปอีกครั้ง

ถึงตรงนี้ฝากไว้ 3 ประเด็นจากนี้ไปกับ ลิเวอร์พูล

1.ช่องว่างระหว่างแดน นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง มิดฟิลด์ กับ กองหน้า

2.ฟุตบอลของ คล็อปป์ ไม่ใช่ฟุตบอลที่ดุดัน แต่กลายเป็นฟุตบอลที่เล่นยาก

3.คำถามตัวเบ้อเริ่มกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ทั้งหมดทั้งมวลนี้มีเวลาอีก 1 สัปดาห์ เรียกสติความเชื่อมั่นกลับมา เกมหน้าสิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือ ชนะ เบิร์นลี่ย์ เพื่อเกาะติดคิดตังค์ แมนฯซิตี้ ให้ได้อยู่ที่ระยะห่าง 1 แต้ม

พ้นจากเกมนัดที่ 30 เป็นต้นไป

ลิเวอร์พูล จะเตะก่อนถึง 6 เกม แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นทุกคนต้องรู้เอาไว้

นาทีนี้ผู้กุมชะตาการลุ้นแชมป์ไม่ใช่ทีมจากเมอร์ซี่ย์ไซด์อีกแล้ว……….

บี แหลมสิงห์

ปล.

3rd Jan: chance to go 10 clear

❌

30th Jan: chance to go 7 clear

❌

4th Feb: chance to go 5 clear

❌

24th Feb: chance to go 3 clear

❌

3rd Feb: chance to 1 clear

❌

เกือบลืมไป….เอฟเวอร์ตัน นี่สม่ำเสมอจริง ๆ เล่นกับใครไม่รู้แหล่ะ แต่ปีนึงต้องดีสองนัดคือ เตะกับ ลิเวอร์พูล ทั้งเหย้าและเยือน ฮ่า
Facebook Comments

Related Articles