บันทึกเจ้ายุโรป2017by”บีแหลมสิงห์”+Clip

champions-madrid-trophy-sergio-league-celebrates-winning_80688f1e-48a1-11e7-9f7a-23d54b55bc46

ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เหนือจอมหนึบอย่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ขาดลอยเกินคาด 4-1 ครองเจ้ายุโรปเป็นสมัยที่ 12 ได้สำเร็จ

พร้อมกับปล่อยให้ ยูเว่ นอนกินน้ำตาผิดหวังเป็นคำรบที่ 5 ติดต่อกันในรายการนี้

มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย จึงขอมาบันทึกให้กับทุกคนได้เก็บความทรงจำ ก่อนจะกลับมาเจอกันใหม่ในซีซั่นหน้า

——————————–

๐ ใครสังเกตบ้างว่าฟุตบอลช้าไปนิดนึง

คอบอลและคนในวงการลูกหนังอาจไม่ได้ใส่เรื่องที่ฟุตบอลนัดชิง เริ่มช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย เหตุมาจากดนตรีนัดเปิดเกม

โลกออนไลน์รวมใจกันออกมาสับ The Black eyed peas ในยุคที่ไร้นักร้องนำอย่าง “เฟอร์กี้” ที่โชว์ได้ห่วยแตกก่อนเกม

ถึงขนาดบอกว่า แบล็ค อายด์ พีส์ ที่ไร้ เฟอร์กี้ แย่ยิ่งกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่มี “เฟอร์กี้” คุมทัพเสียอีก!!!!

หนักสุดคงไม่พ้น Footbal_Tweet  โซเชี่ยลดังในโลกฟุตบอล ที่ทวีตว่า “แมทช์โดนเลื่อนเพราะการแสดงที่ห่วยแตกของ แบล็ค อายด์ พีส์ หนหน้า ยูฟ่า อย่าทำอย่างนี้อีกนะ”

———————

14

๐ ครึ่งแรกครึ่งหลังหนังคนละม้วน

ค่าเฉลี่ยนักเตะยูเว่ เกมนี้คือ 30 ปี 336 วัน มากเป็นอันดับ 2 ของนัดชิง

ถามว่ามีผลมากน้อยแค่ไหน ??? แน่นอนว่า “มีแน่นอน” แม้จะไม่ทั้งหมดซะทีเดียว

ครึ่งแรก ยูเว่ มาแปลกเมื่อเดินเกมเพรสซิ่งอย่างรวดเร็ว จนทำให้ เรอัล มาดริด พลิกตำรารับกันแทบไม่ทัน กระทั่งลูกฉวยจังหวะโต้กลับมาได้ประตูออกนำ และจบสกอร์ในครึ่งแรก 1-1

มาในครึ่งหลัง ลูกยิงผีจับยัดของ คาซิเมโร่ ไม่ใช่จุดเปลี่ยน เพราะ ยูเว่ เล่นดีครึ่งเดียว และการแก้หมากของ ซีดาน เหนือมาก

ขยับขึ้นหน้าอีกก้าว ออกบอลเร็วขึ้น แต่ไม่ได้เล่นบอลยาว คือการพาสบอลเปลี่ยนจุดเร็วมาก

ลูกที่ เรอัล มาดริด ได้ประตูส่วนใหญ่ซีซั่นนี้จะมาในลักษณะแบบนี้ทั้งนั้น  คือการเข้าทำเร็ว และจ่ายบอลเข้าจุดเกรงใจคู่แข่ง

ขยายความจุดเกรงใจ ไม่ใช่ฟลุ๊ค แต่มาจากการศึกษาและฝึกซ้อม อย่าง ยูเว่ เล่นบอลดักแทง แทงเข้าช่องตลอด บุกจนแนวรับที่ปกติเล่นเกมคุมพื้นที่ต้องขยับออกมาจนเกิดช่องว่าง

ผลลัพธ์จึงตามมาแบบที่เหลือ

อ้อ….พวกเขารับโบนัส คนละ 1.5 ล้านยูโรในซีซั่นนี้อีกด้วย

19


———————

๐ สถิติใหม่มากมายในเกมนี้

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ เรอัล มาดริด สร้างสถิติใหม่มากมาย รวมไปถึงแม่ทัพคนสำคัญอย่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้

1.พวกเขาเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ เอซี มิลาน ป้องกันแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่ได้สำเร็จในยุคยูโรเปี้ยน คัพ 1990

2.พวกเขาเป็นทีมแรกที่ป้องกันแชมป์ได้ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อรายการจาก “ยูโรเปี้ยน คัพ” มาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 1992-93 ก่อนหน้านี้มีโอกาส 3 ทีมทำไม่ได้

3.โรนัลโด้ เป็นนักบอลคนแรกที่ยิงในนัดชิงได้ 3 ครั้ง ปี 2008, 2014 และ 2017

4.คว้าตำแหน่งดาราซัลโว รายการนี้ เป็นสมัยที่ 6 อีกด้วย ต่อจากซีซั่น  2007–08, 2012–13, 2013–14, 2014–15 และ 2015–16

5.โรนัลโด้ ยิงประตูในอาชีพการเล่นครบ 600 ประตู จาก 855 นัด

6.เรอัล คว้าแชมป์ไป 12 สมัย ในปี 1956, 1957, 1958, 1959, 1960, 1966, 1998, 2000, 2002, 2014, 2016 และ 2017

7.เป็นหนแรกที่ เรอัล ได้ดับเบิ้ลแชมป์ ทั้งแชมป์ลา ลีกา และแชมเปี้ยนส์ลีก นับตั้งแต่ปี 1958

8.ซีเนดีน ซีดาน เคยค้าแข้งอยู่กับ ยูเวนตุส นานถึง 5 ฤดูกาล ระหว่างปี 1996-2001สร้างชื่อก่อนมาต่อยอดความสำเร็จกับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลกในยุคนั้น 77.5 ล้านยูโร กลายเป็นกุนซือคนแรกที่ได้แชมป์ 2 สมัยซ้อน ในยุคแชมเปี้ยนส์ลีก

9.เรอัล เป็นทีมแรกที่ยิงในแชมเปี้ยนส์ลีกเกินครึ่งพัน โดยยิงไปแล้ว 503 ประตู

Juventus v Real Madrid - UEFA Champions League Final

ฝั่งของยูเว่ ก็มีสถิติเช่นกัน ทั้งน่าจดจำและไม่น่าจดจำ

1.มาริโอ มานด์ซูคิซ ทำสถิติยิงในนัดชิงให้ 2 สโมสร เท่ากับ โรนัลโด้ และเวลิบอร์ วาโซวิซ

2.ดาเนี่ยล อัลเวส เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเกมที่ 100

3.จานลุยจิ บุฟฟ่อน เป็นนักเตะอายุมากสุดอันดับ 3 ที่ได้ลงนัดชิงด้วยวัย 39 ปี 126 วัน และเขายังมือเปล่าในถ้วยใบนี้หลังจากแพ้ในนัดชิงทั้ง 3 ครั้ง

4.ฮวน กวาดราโด้ เป็นนักบอลคนที่ 3 ที่ถูกไล่ออกนัดชิง ต่อจาก เยนส์ เลห์มันน์ ปี 2006 และดีดิเยร์ ดร็อกบา ปี 2008

+++++++++++++++++++++

Juventus v Real Madrid - UEFA Champions League Final

๐ แชมป์ในบ้านเกิด

เกเร็ธ เบล ดาวเตะค่าตัว 85.3 ล้านปอนด์ กลายเป็นนักเตะคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ ที่จะคว้าแชมป์ยุโรป ในบ้านเกิดตัวเอง

ก่อนหน้านี้มีนักเตะ 5 คนที่ได้แชมป์บนถิ่นตัวเองเกิด เริ่มจาก……

คนที่ 1 เอ็นริเก้ มาเตออส กับ คนที่ 2 มิเกล มูยอซของเรอัล มาดริด ที่ได้แชมป์ปี 1957 ในการชิงที่กรุงมาดริด

คนที่ 3 อเล็กซ์ สเตปนี่ย์นายประตูแมนฯยูไนเต็ด เป็นนักเตะคนเดียวของ “ปีศาจแดง” ที่เกิดในกรุงลอนดอน ซึ่งปีนั้น แมนยูฯ ชนะ เบนฟิก้า 4-1ที่เวมบลีย์

คนที่ 4 แองเจโล่ ดิ ลิวิโอห้องเครื่องคนขยันของ ยูเวนตุส ที่ยิงจุดโทษปราบ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม จากเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 1998

คนที่ 5 นิโกลาส์ อเนลก้า คว้าแชมป์ที่ปารีส กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2000

+++++++++++++++++++++

Comments

comments