“บีแหลมสิงห์”พิมพ์ก่อนพากย์:วันแดงเดือด2019

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์นี้ มีเกมสำคัญอยู่ที่ “เธียเตอร์ ออฟ ดรีม” สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้อนรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คู่ปรับตลอดกาล

เกมนี้นับเป็นเกมที่ 202 ที่ทั้งสองทีมโคจรมาปะทะกัน โดยจะคิกออฟในเวลา 21.05 น.

——————————————

 นี่คือเกมที่จะทำให้โปรแกรมการลุ้นแชมป์เตะเท่ากันพอดีที่ 27 เกม

            ว่ากันตามเชิง ลิเวอร์พูล ควรที่จะต้อง”ชนะ” แม้ว่าความเป็นจริง”ผลเสมอ”ก็ถือว่าโอเค นั่นก็เพราะว่าการขึ้นนำ แมนฯซิตี้ 1 คะแนน มันอาจจะไม่พออีกต่อไป

            หลังจากนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องเล่นทีหลัง แมนฯซิตี้ ตลอดทั้ง 3 นัดต่อจากนี้

            ฝั่งเจ้าบ้านทุกอย่างเหมือนเดิมทั้งหมด ยกเว้นผู้จัดการทีมจาก มูรินโญ่ มาเป็น โซลชา และกลับมาเล่นในสไตล์ที่เป็น”แมนฯยูไนเต็ดขนานแท้”

ซึ่งก็คงไม่มีใครคิดว่า โซลชา จะปลุกผีให้ลุกจากหลุมแล้วหลอกหลอนคนอื่นได้ถึงขนาดนี้

โซลชา สมัยเป็นนักเตะก็ดังจากเกมแดงเดือด เขาลงสำรองไปยิงประตู ลิเวอร์พูล ในศึกเอฟเอ คัพ ปี 1999 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้โลกรู้จัก “โซลชา”

เบ็ดเสร็จ ทำศึกแดงเดือดทั้งสิ้น 11 นัดทุกรายการ และทำไป 3 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ แบ่งเป็นชนะ 5 เสมอ 1 และแพ้ 5

ส่วนฐานะผู้จัดการทีม โซลชา เคยทำงานชนกับ ลิเวอร์พูล 1 ครั้ง สมัยที่เขาคุมคาร์ดิฟฟ์ ซึ่งหนนั้น ทีมของโซลชาพังคาบ้านถึง 3-6

            เอาเข้าจริง แทคติคของ โซลชา ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แต่เขาเลือกใช้สไตล์ของทีมที่หลับใหลกลับมา เพราะศักยภาพนักเตะของแมนฯยู โดยรวมก็ถือว่าดีอยู่แล้ว ซึ่งการเล่นจะแตกต่างจากการพบกันเกมแรกที่แอนฟิลด์อย่างสิ้นเชิง

            ป๊อกบา จะเป็นคนสำคัญด้วยการจ่ายบอลได้เสียเพียงเสี้ยววินาที บวกกับการเติมขึ้นมาของแบ๊คทั้งสองฝั่งที่ไม่ได้เห็นในยุคของ มูรินโญ่ นั่นคือทำให้แกนรุกของผีแดงมีมติและมีแถวสองมากยิ่งขึ้น

            ปัญหาคือ มาร์กซิยาล กับ ลินการ์ด ที่ช่วยทำให้เกมรุกสมดุลด้วยความเร็วและคล่อง การเข้าใจกับ แรชฟอร์ด แต่ทั้งสองคนนี้อาจฟิตไม่พอ ทำให้ตำแหน่งการยืนของ แรชฟอร์ด ต้องเปลี่ยนไปหรือไม่ จากที่เป็นหน้าเป้า ต้องขยับมาเล่นด้านข้าง เพราะ ลูกาคู ต้องปักตรงกลาง

            หากว่า ลินการ์ด กับ มาร์กซิยาล ฟิตทัน จะทำให้ 4-3-3 ในการเล่นเกมรับ แล้วปรับเป็น 4-4-2 ไดม่อนด์ เวลาเกมบุกจะสมบูรณ์แบบทันที

            ขณะที่ ลิเวอร์พูล ไม่มีปีไหนที่พวกเขาเล่นได้ดีขนาดนี้เลยในยุคพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม ความกดดัน กับ ความคาดหวัง ตามเกาะติดคิดตังค์มานาน และเหมือนกับจะมีคำว่า ท้อเหมือนกัน ให้เห็น

            อุตส่าห์เล่นได้ดีขนาดนี้ ยังหนีไม่ออก

            คล็อปป์ เคยบอกว่า ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้ท็อปฟอร์ม แต่มาถึงวันนี้พวกเขาแพ้แค่หนเดียวเท่านั้น เพียงแต่คำถามที่ว่า “เมื่อไหร่จะท็อปฟอร์ม”

            เขาจะเริ่มทำตั้งแต่แมทช์นี้เลยได้หรือไม่

            ประเด็นคือ “กองกลาง” เมื่อ เฮนโด้ เล่นได้ดีในนัดกับ บาเยิร์น แต่ถึงเวลาที่ ฟาบินโญ่ ต้องกลับมายืนกลาง ถึงเวลาที่ คล็อปป์ จะตัดสินใจอีกครั้ง

            คนที่จองตำแหน่งตัวจริงคือ ไวจ์นัลดุม ที่ยืนเคียงกับมิดฟิลด์ตัวกลางได้ลงตัวมาก ๆ ส่วนอีกสองที่ว่างน่าสนใจว่า หวยจะออกที่ไหน มาลัยจะถูกคล้องที่คอของใครกันแน่

            เอาเข้าจริง เฮนโด้ กับ ฟาบินโญ่ เล่นด้วยกันได้ แต่มันจะทำให้คนที่เชื่อมต่อระหว่างกลางไปหน้าแบบ นาบี เกอิต้า จะไม่มี ถ้าคิดจะไปบล็อกตรงกลางก็น่าสนใจที่จะเป็น “เฮนโด้-ฟาบินโญ่-ไวจ์นัลดุม” แต่ถ้าต้องเล่นด้วยความถนัดและปราดเปรียว ก็ต้องใช้ชุดอัพเกรดอย่าง “ฟาบินโญ่-ไวจ์นัลดุม-เกอิต้า”

            เลือกใครลงตอนนี้ไม่เท่ากับแดนหน้าที่เริ่มประสานงานกันน้อยลงเรื่อย ๆ ภาพมันค่อย ๆ ชัดขึ้น เพราะทั้ง 3 คนก็ไม่ได้ลงมาช่วยไล่เหมือนเมื่อก่อน อาจจะเป็นเพราะแผนการเล่นของ คล็อปป์ ก็ได้

            แต่ไม่ควรจะใช้กับเกมนี้

สำหรับผมเกมนี้อ่านใจคือ คล็อปป์ เคยดร็อป เฮนโด้ มาแล้วในแดงเดือดแรกที่แอนฟิลด์ หนนี้เขาจะกล้าดร็อปกัปตันทีมไว้ข้างสนามอีกหรือไม่

อันนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้ประเด็นอื่น เพราะนัดก่อน เฮนโด้ ก็เล่นได้ดี แต่ถ้ายุคอัพเกรดแล้วก็อย่างว่า มันต้อง ฟาบินโญ่, เกอิต้า และ ไวจ์นัลดุม

            ขณะที่ แมนฯยู ของ โซลชา มีปัญหากับการถูกไล่เพรสปิดพื้นที่ หาก คล็อปป์ กลับไปใช้แผน”ต่อต้านเด็กบู ฟื้นฟูเฮฟวี่” คือวิ่งบดขยี้เข้าใส่ น่าจะดีกว่าการคุมพื้นที่แบบที่เล่นอยู่ในช่วง 3 เดือนหลัง

            ลืมภาพที่ไล่ต้อนสบาย 3-1 จากเกมแรกไปได้เลย เพราะจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว แมนฯยูไม่ได้เล่นเป็นผีตายซากแบบนั้นอีกต่อไป

            ที่สำคัญบอลแบบนี้ความผิดพลาดส่วนบุคคลมีผลประจำ ต้องระวังให้ดี!

บี แหลมสิงห์

ปล.ผมบรรยายเกมส์นี้ทาง PPTV HD ช่อง 36 เริ่มเข้าวิเคราะห์ 20.45 น.

Facebook Comments

Related Articles