ปรีวิว-ฟันธง!!!”แมนฯยูไนเต็ด – ลิเวอร์พูล”(พรีเมียร์ลีก)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนฯยูไนเต็ด – ลิเวอร์พูล

เวลา: 21.05น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม    

            เจ้าถิ่นถือว่ามีข่าวดี เมื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้พาทีมชนะถึง 11 จาก 13 นัดแรกในการคุมทัพด้วยสัญญาชั่วคราว เปิดเผยว่า อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ เจสซี่ ลินการ์ด สองผู้เล่นแนวรุกที่ตอนแรกมีข่าวว่าเจ็บต้องพัก 2-3 สัปดาห์ ล่าสุดมีโอกาสลงเล่นได้แล้ว หลังจากกระบวนการฟื้นฟูอาการเจ็บหายเร็วเกินคาด แม้ว่ายังไม่สามารถลงซ้อมได้ก็ตาม คาดว่าน่าจะมีชื่อสำรองเป็นอย่างน้อย

            หากว่าฟิตไม่ทัน ฆวน มาต้า กับ โรเมลู ลูกาคู น่าจะได้ออกสตาร์ทเกมรุกกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยมี อเล็กซิส ซานเชซ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

            ขุมกำลังที่เหลืออาจจะมีการสลับตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เมื่อ เอริค ไบญี่ อาจจะเบียด คริส สมอลลิ่ง กับ ฟิล โจนส์ ลงตัวจริงร่วมกับ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่เป็นตัวหลัก ขณะที่แดนกลาง ปอล ป๊อกบา ที่ฟอร์มสดสุด ๆ ในยุค โซลชา จะเป็นแม่ทัพบัญชาเกม โดยมี อันเดร เอร์ราร่า กับ เนมานญ่า มาติช คอยตัดเกมคู่แข่ง

            ส่วน เดบิด เด เคอา จอมหนึบชาวสเปน จะกลับมาลงเล่นอีกครั้ง หลังจากได้พักในเอฟเอ คัพ พร้อมกับลุ้นคลีนชีตครั้งที่ 100 ในการเล่นฟุตบอลลีกอีกด้วย

            ทางฝั่งของผู้มาเยือน “หงส์แดง” ต้องการคะแนนเพื่อกลับไปยึดจ่าฝูงอีกครั้ง เพื่อหนีทั้ง แมนฯซิตี้ และ สเปอร์ส โดยได้ปราการหลังคนสำคัญอย่าง เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค กลับมาประจำการณ์ในแผงหลังอีกครั้ง หลังจากติดโทษแบนในเกมยุโรปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

            โดยจะจับคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟกับ โฌแอล มาติป ซึ่งเป็นกองหลังตัวกลางมืออาชีพที่เหลืออยู่ในทีมที่เป็นตัวเลือก เนื่องจาก เดยัน ลอฟเรน ยังเจ็บที่แฮมสตริง และโจ โกเมซ ยังพักฟื้นจากการผ่าตัดรอบ 2 ขณะที่แผนการเล่น เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือจะจัดระบบ 4-3-3 ลงเล่นแน่นอน

            ซึ่งแผงกลางคาดว่า ฟาบินโญ่ จะได้กลับมาคุมจังหวะเกมอีกครั้ง โดยเล่นกับ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ส่วนอีกหนึ่งตำแหน่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม ต้องแย่งตำแหน่งกับ นาบี เกอิต้า ทำให้ เจมส์ มิลเนอร์ ต้องนั่งสำรองไปก่อน ส่วนแนวรุกยังเป็น ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในรายของ เซอร์ดาน ชากิรี่ ที่ยิงสองประตูในการเจอกันนัดแรกของซีซั่น ยังต้องสตาร์ทในฐานะตัวสำรองต่อไป เนื่องจากเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ทำให้พลาดการลงเล่นนัดกลางสัปดาห์

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ผู้รักษาประตู : ดาบิด เดเคอา, กองหลัง : แอชลี่ย์ ยัง, เอริก ไบยี่, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์, กองกลาง : เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา, อันเดร์ เอร์เรร่า, กองหน้า : ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด และโรเมลู ลูกาคู

ลิเวอร์พูล ผู้รักษาประตู : อลีสซอน เบ็คเกอร์, กองหลัง : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค, โฌแอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, กองกลาง : ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

            ทั้งสองทีมถือเป็นมหาอำนาจลูกหนังของประเทศอังกฤษมาช้านาน ครองถ้วยแชมป์รวมกันถึง 126 รายการ โดยเฉพาะแชมป์ลีกก็ได้รวมกันถึง 38 ครั้ง และยูโรเปี้ยนคัพ หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็รวมกันถึง 8 สมัย การเจอกันหนแรกของทั้งสองทีมเกิดขึ้นเมื่อ 28 เมษายน ปี 1894 จนถึงวันนี้ในทุกรายการรวมทั้งสิ้น 201 นัด แมนฯยูไนเต็ด ชนะ 80 ลิเวอร์พูล ชนะ 66 เสมอกัน 55

            โดย ยูไนเต็ด ยิงได้ 275 ลูก ลิเวอร์พูล ยิง 255 ลูก ถ้านับเฉพาะฟุตบอลลีก แมนฯยู ชนะ 68 ลิเวอร์พูล ชนะ 56 และเสมอกัน 46 นัด ส่วนการเจอกันนัดล่าสุดคือเกมที่แอนฟิลด์ “หงส์แดง” กำชัย 3-1 เมื่อ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ โดนไล่ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมยูไนเต็ด อีกด้วย

สกอร์ที่คาด: แมนฯยูไนเต็ด 2-2 ลิเวอร์พูล

Facebook Comments

Related Articles