ปรีวิว-ฟันธง!!!”โครเอเชีย – อังกฤษ“(ฟุตบอลโลก 2018)

ฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ

โครเอเชีย – อังกฤษ

เวลา: 01.00น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

โครเอเชีย ที่ทำผลงานดีที่สุดในรอบ 20 ปี และเป็นการเข้ารอบรองชนะเลิศครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ เริ่มต้นเส้นทาง รอบแรก ชนะ ไนจีเรีย 2-0, ชนะ อาร์เจนติน่า 3-0, ชนะ ไอซ์แลนด์ 2-1 จากนั้นในรอบ 2 เสมอ เดนมาร์ก 1-1 ก่อนดวลเป้าชนะจุดโทษ 3-2 เข้ารอบ 8 ทีม เสมอ รัสเซีย 1-1 ต่อเวลาก็เสมอกันอีก 2-2 และชนะจุดโทษ 4-3

ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น โครเอเชีย มีปัญหาอีกครั้ง เมื่อปลด อ็อกเยน ยูโคเยวิช หนึ่งในทีมสต๊าฟฟ์ออกจากทีมแล้ว หลังจากไปอัดคลิปร่วมกับ โดมากอย วีด้า ปราการหลังตัวแกร่งของทีม ด้วยการยกย่องประเทศยูเครน

หลังเกมพวกเขาโค่น รัสเซีย ในการดวลจุดโทษ ฟุตบอลโลก รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยก่อนหน้านี้พวกเขาก็ตัด นิโกล่า คาลินิช ออกจากทีมหลังจบรอบแรกมาแล้ว ข้อหาไม่ยอมลงสนาม

ขณะที่ ซิเม่ เวอร์ซาจ์โก้ แบ๊คขวาตัวสำคัญจากแอตเลติโก มาดริด มีปัญหาบาดเจ็บในช่วงต่อเวลาพิเศษในเกมกับ รัสเซีย ไม่ผ่านความฟิต ทำให้ ซลัตโก้ ดาลิช ต้องเลือกส่ง เวดราน ชอว์ลูก้า จอมเก๋าลงสนามแทน ส่วนแดนอื่นน่าจะเหมือนเดิมทั้งหมด ยกเว้นตำแหน่งของ มาร์เซโล่ โบรโซวิช ที่อาจจะให้ อันเดรย์ ครามาริช ลงเป็นตัวจริงอีกครั้ง

หากว่า โบรโซวิช ลงเล่น จะดัน ลูก้า โมดริช ขึ้นมาทำเกมด้านบน แต่ถ้าเป็น ครามาริช ลงสนาม โมดริช จะถอยมาเดินเครื่องตรงกลางกับ อีวาน ราคิติช ส่วนแกนรุกยังเป็น อันเต้ เรบิช, อีวาน เปริซิช และมาริโอ มานด์ซูคิช เช่นเคย

ทางฝั่ง “สิงโตคำราม” ที่ทำผลงานดีที่สุดในรอบ 28 ปี และเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ หากชนะจะได้เข้าชิงเป็นหนที่ 2 พร้อมกับเป็นหนแรกนับตั้งแต่ปี 1966 หรือเมื่อ 52 ปีที่แล้ว พวกเขาเริ่มต้นรอบแรก ชนะ ตูนีเซีย 2-1, ชนะ ปานามา 6-1 และ แพ้ เบลเยี่ยม ในนัดชิงแชมป์กลุ่ม 0-1 ก่อนจะลงเล่นรอบ 2 เสมอกับ โคลอมเบีย 1-1 แต่ไปดวลจุดโทษชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 4-3 เข้ารอบ 8 ทีม มาปราบ สวีเดน 2-0

แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือที่ทำไห้ยอดขายเสื้อกั๊กที่เขาใส่คุมทัพ และเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ มียอดจำหน่ายสูงขึ้นถึง 35 เปอร์เซนต์ ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ หรือติดโทษแบนแม้แต่รายเดียว คาดว่าจะจัดทัพในระบบ 3-5-2 และเป็นนักเตะชุดเดิมทั้งหมด

จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่ระเบิดฟอร์มเซฟอุตลุดทั้งจุดโทษในเกมกับ โคลอมเบีย และงัด 3 ซูเปอร์เซฟในเกมกับ สวีเดน จะได้เฝ้าเสา โดยมี แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ประสานงานเกมรับกับ ไคล์ วอล์คเกอร์ และจอห์น สโตนส์ ขณะที่แผงกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มีสถิติลงเล่นทีมชาติ 30 นัดไร้พ่าย เล่นกลางร่วมกับ เดเล่ อัลลี่ และเจสซี่ ลินการ์ด โดยมี แฮร์รี่ เคน ดาวยิงสูงสุดของบอลโลกครั้งนี้ 6 ประตู จับคู่กับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในการล่าตาข่าย

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

โครเอเชีย (4-3-3) : ดานิเยล ซูบาซิช – เวดราน ชอว์ลูก้า, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วิด้า, อิวาน สตรินิช – อิวาน ราคิติช, ลูก้า โมดริช (กัปตันทีม) – อันเต้ เรบิช, อันเดรย์ ครามาริช(มาร์เซโล่ โบรโซวิช), อิวาน เปริซิช – มาริโอ มานด์ซูคิช

อังกฤษ (3-5-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด; ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์; คีแรน ทริปเปียร์, แอชลี่ย์ ยัง, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจสซี่ ลินการ์ด, เดเล่ อัลลี; ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ แฮร์รี่ เคน(กัปตันทีม)

สถิติการพบกันของคู่นี้ อังกฤษ เหนือกว่าด้วยการชนะ 4 เสมอ 1 โครเอเชีย ชนะไปได้ 2 ครั้ง และถือเป็นการดวลแข้งกันในรอบสุดท้ายบอลโลกเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ เคยเจอกันในรอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 2004 ซึ่ง อังกฤษ ชนะไป 4-2

ส่วนเกมแห่งความทรงจำคือการเตะรอบคัดเลือก ยูโร 2008 ที่ปรากฏว่า อังกฤษ แพ้แบบไปกลับ เริ่มจากการเตะวืดของ พอล โรบินสัน ทำให้ อังกฤษ บุกไปแพ้ 0-2 และแพ้คาเวมบลีย์ 2-3 ด้วยการผิดพลาดของ สก็อตต์ คาร์สัน นายประตู ซึ่งแฟนบอลครั้งนั้นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีการกางรุ่มคุมทีมของ สตีฟ แม็คลาเรน ก่อนที่อังกฤษจะตกรอบคัดเลือก และแม็คลาเรน ตกงานในที่สุด

สำหรับผู้ตัดสินในเกมนี้คือ คูเนย์ต ชากีร์ ชาวตุรกี วัย 41 ปี ที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชน เคยตัดสินนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2015 มาแล้ว พร้อมกับมีสถิติการตัดสินทีมชาติอังกฤษ ค่อนข้างดี ด้วยการเป่าในเกมที่ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-0 รอบคัดเลือกไปยูโร 2016, ชนะ ยูเครน 2-0 รอบคัดเลือกไปบอลโลก 2010 แต่เขาก็เป็นคนไล่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ออกจากสนาม และเกมล่าสุด ตัดสินนัด อังกฤษ ปราบ สก็อตแลนด์ 3-0 ที่เวมบลีย์

สกอร์ที่คาด: โครเอเชีย 1-1 อังกฤษ

Comments

comments