ผีไม่พร้อม?

ในบรรดาการแข่งขันทุกรายการ แน่นอนว่าถ้วย คาราบาว คัพ มีความสำคัญน้อยที่สุดสำหรับทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เว็บคาสิโนที่ดี ที่สุด

ทุกคนคุ้นเคยกับการที่รายการนี้คือโอกาสลงตัวจริงสำหรับนักเตะที่มักใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเป็นตัวสำรอง เพราะถ้าหากไม่ใช่รอบลึกจริงๆ พวกกุนซือคงเก็บตัวหลักไว้สำหรับเกมลีก และพร้อมที่สุดในเวทียุโรปมากกว่า

การบุกชนะทีมจากแชมเปี้ยนชิพอย่าง ลูตัน ทาวน์ 3-0 ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย และไม่ใช่อะไรที่ต้องมาฉลองใหญ่

แต่ที่แน่ๆ มันคือชัยชนะที่มาถูกที่ถูกเวลาอย่างแท้จริง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าคุณทำให้เกมแบบนี้คือเรื่องยากลำบาก บรรยากาศมาคุในรั้วสโมสร มันจะยิ่งหนักข้อขึ้นกว่านี้

หลังจากร่วงตกรอบรองชนะเลิศ ยูโรปา ลีก ด้วยการแพ้ เซบีย่า 1-2 เมื่อเดือนสิงหาคม นี่คือการลงสนามเพียงนัดที่ 3 เท่านั้น สำหรับลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

พวกเขาเพิ่งลงซ้อมสำหรับซีซั่นใหม่กันจริงๆ จังๆ ยังไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ

โอเคว่าหากไปเทียบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วงตกรอบ 8 ทีม แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีเวลาพักฟื้นช่วงปรีซีซั่นไม่มากไปกว่ากันสักเท่าไร

แต่สิ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แตกต่างจากคู่ปรับร่วมเมือง ก็คือช่วงหลังเบรกโควิด-19 พวกเขาจำเป็นต้องเน้นกับเกมการแข่งขันทุกนัดเพื่อลุ้นติดท็อปโฟร์ ทำให้ โซลชาร์ ไม่สามารถพักตัวหลักได้ จนสภาพร่างกายล้าอย่างเห็นได้ชัด

ผิดกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่สามารถใช้เกมลีกนัดท้ายๆ หมุนเวียนนักเตะ และทดลองแผนการเล่นใหม่ๆ ได้ หลังจากเสียแชมป์ให้ ลิเวอร์พูล ไปแบบ 100% แล้ว และนั่นทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าสามารถวางแผนเพื่อลงเตะฤดูกาลใหม่ได้เร็วกว่า และคิดวางแผนจัดการขุมกำลังได้ก่อน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอกับความพ่ายแพ้ทั้ง 2 นัดที่ลงเล่นในเดือนกันยายนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการบุกไปโดน แอสตัน วิลล่า เฉือน 1-0 ในเกมอุ่นเครื่อง และการประเดิมพรีเมียร์ลีกด้วยการแพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้าน 1-3

สิ่งที่พวกเขาต้องการโดยเร็วที่สุด คือความรู้สึกของการเป็นผู้ชนะของเกมอีกครั้ง และต้องการทำให้ทีมมีความพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ให้สัมภาษณ์เอาไว้ตั้งแต่ก่อนเกมว่า “เราต้องการเกม 4-5 นัด เพื่อไปให้ถึงมาตรฐานที่เรารู้ว่าเราทำได้ ซึ่งเรายังไม่มีจำนวนเกมขนาดนั้น”

“และเราต้องแน่ใจว่าในเกมเหล่านี้ เราจะได้รับจำนวนนาทีและทำให้นักเตะพร้อมที่จะต่อสู้กับฟุตบอลลีกอีกครั้ง”

“การเยือน ไบรท์ตัน มันจะเป็นเกมที่ยากมาก และเราจะใช้เกมนี้ (เยือน ลูตัน) ซึ่งเราต้องการผ่านเข้ารอบ แต่เราก็จะให้เวลาลงสนามสำหรับนักเตะบางคนด้วย”

11 ตัวจริงที่ โซลชาร์ จัดลงสนามในเกมที่ เคนิลเวิร์ธ โร้ด เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ยังคงยึดระบบ 4-2-3-1

มีเพียง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ คนเดียวเท่านั้น ที่ยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมลงตัวจริงต่อเนื่อง

นอกนั้นอีก 10 ตำแหน่งที่เหลือ คือการให้โอกาสนักเตะคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ออกสตาร์ทเกมลีกนัดที่พบทีมปราสาทเรือนแก้วทั้งหมด

ดีน เฮนเดอร์สัน ได้ลงเฝ้าเสาในเกมที่ไม่ใช่นัดอุ่นเครื่องให้ทีมเป็นครั้งแรก โดยที่ ดาบิด เด เคอา ได้พักเต็มๆ เพราะคนที่มีชื่อเป็นนายประตูสำรองคือจอมเก๋าอย่าง ลี แกรนท์

แผงแบ็กโฟร์ได้ตัว อารอน วาน-บิสซาก้า ฟิตพร้อมกลับมาทวงตำแหน่งแบ็กขวาตัวจริง หลังจากเมื่อคืนวันเสาร์ไม่ถูกส่งลงเล่นสักนาที ขณะที่ฝั่งซ้ายเป็นเจ้าหนู แบรนดอน วิลเลี่ยมส์

คู่เซนเตอร์ของ แม็กไกวร์ เปลี่ยนจาก วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ มาเป็น เอริก ไบยี่

มิดฟิลด์ตัวกลางใช้งาน 2 ตัวหลักที่ประสานงานกันได้ดีในช่วงก่อนเบรกโควิด นั่นคือ เฟร็ด จับคู่กับ เนมานย่า มาติช

ตำแหน่งจอมทัพเมื่อมี ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค เข้ามา ก็ทำให้สตาร์อันดับหนึ่งของทีม ณ ชั่วโมงนี้อย่าง บรูโน่ แฟร์นันเดส ได้พักเป็นตัวสำรองบ้าง

ส่วนปีกขวา-ซ้าย ให้โอกาส ฆวน มาต้า และ เจสซี่ ลินการ์ด ลงเคาะสนิม

ตำแหน่งหน้าเป้าแน่นอนว่าต้องเป็น โอเดียน อิกาโล่ ที่เกมเจอทีมรองบ่อนในบอลถ้วยแบบนี้ เขาจองตัวจริงอยู่แล้ว

ถึงแม้ศักยภาพของเจ้าถิ่นจะเป็นรองเยอะ แต่ว่า ลูตัน ทาวน์ อยู่ในช่วงกำลังมั่นใจนะครับ ใช่ว่าจะเป็นทีมที่ประมาทได้

ลูตัน คือหนึ่งใน 3 ทีม ที่ออกสตาร์ทแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะ 2 นัดรวด ร่วมกับ เร้ดดิ้ง และ บริสตอล ซิตี้

แถมยังชนะคู่แข่งร่วมลีกในศึก คาราบาว คัพ ทั้ง 2 รอบที่ผ่านมาภายในเวลา 90 นาทีอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบ้านอัด นอริช ซิตี้ 3-1 ในรอบแรก ตามด้วยบุกไปเฉือน เร้ดดิ้ง 1-0 ในรอบ 2

อย่างไรก็ตาม เนธาน โจนส์ กุนซือของทีม “เดอะ แฮ็ตเตอร์ส” เหมือนจะให้ความสำคัญกับเกมลีกมากกว่า เพราะวันเสาร์นี้เจองานยากต้องบุกไปเยือนทีมที่เพิ่งตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกอย่าง วัตฟอร์ด

เขาดร็อป 11 ตัวจริงจากชุดที่เพิ่งเปิดบ้านชนะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 2-1 ในเกมลีกนัดล่าสุดถึง 9 ตำแหน่ง เหลือไว้แค่เซนเตอร์แบ็กอย่าง ซอนนี่ แบรดลี่ย์ แบ็กซ้ายอย่าง รีส นอร์ริงตัน-เดวิส ที่ยังได้ออกสตาร์ทต่อไป

แน่นอนว่าทีมระดับแชมเปี้ยนชิพที่ใช้นักเตะตัวสำรองลงสนามเกือบยกชุด พอมาพบกับทีมยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีก ที่ส่งผู้เล่นหลายคนที่ดีพอแย่งตำแหน่ง 11 ตัวจริง มันจึงกลายเป็นเกมที่ทีมเยือนครองเกมได้เหนือกว่าตามคาด

ถึงแม้กว่าที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้ประตูขึ้นนำ ต้องรอจนถึงช่วงท้ายครึ่งแรก แถมยังต้องพึ่งพาจุดโทษจากจังหวะที่ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ โดนชนล้ม แล้วเป็น ฆวน มาต้า ซัดเข้าไป..

แต่ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเกม เป็นทีมปีศาจแดงที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ลูตัน อาจมีจังหวะบุกเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายของผีแดงได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้ ดีน เฮนเดอร์สัน มากนัก

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกมนี้ กองหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วยกันบีบได้ดี บวกกับการยืนตำแหน่งที่ดีของ เฮนเดอร์สัน ด้วย

ผู้เล่นคนเดียวของเจ้าบ้านที่มีโอกาสลุ้นทำประตูเข้ากรอบคือกองหลังอย่าง ทอม ล็อคเยอร์ ที่เติมขึ้นไปโขกเหน่งๆ ในจังหวะเซตพีซเกือบเสียบโคนเสาช่วงนาทีที่ 81 แล้วโดน เฮนเดอร์สัน โชว์ซูเปอร์เซฟ ก่อนที่จังหวะซ้ำตอนบอลขลุกขลิก จะโดน เอริก ไบยี่ สกัดจากเส้น

พูดถึงผลงานของ เฮนเดอร์สัน กับ ไบยี่ น่าจะทำให้บรรดาแฟนผีอุ่นใจมากขึ้นเยอะ ว่า 2 คนนี้จะเป็นตัวเลือกในแนวรับชั้นดีตลอดฤดูกาลที่เหลือ

นายทวารทีมชาติอังกฤษอาจไม่ได้ออกแรงเซฟเยอะ แต่ก็มีออร่าที่ไว้ใจได้ และดูมีสมาธิกับเกมตลอด ซึ่งเขาน่าจะเป็นมือสองที่แข่งขันแย่งมือหนึ่งกับ ดาบิด เด เคอา ได้ดีกว่า เซร์คิโอ โรเมโร่

เพราะข้อแตกต่างสำคัญก็คือ โรเมโร่ คุ้นเคยกับการเป็นตัวสำรองตลอดกาล แต่ เฮนเดอร์สัน คือมือหนึ่งของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่พิสูจน์ตัวเองมาอย่างชัดเจนแล้วนานถึง 2 ปี

ส่วนฟอร์มของ เอริก ไบยี่ คือประเด็นที่สำคัญ เพราะแฟนบอลทั่วโลกกำลังกดดันให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เลิกดันทุรังใช้ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เป็นตัวหลัก

ผลงานของ ไบยี่ ที่แสดงออกมาตลอด 90 นาทีนัดล่าสุด พิสูจน์ให้เห็นว่าเขานี่แหละที่คู่ควรกับตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กตัวจริงวันเสาร์นี้ มากกว่าคนที่พลาดบ่อยเกินไปในช่วงหลังอย่าง ลินเดอเลิฟ

กองหลังทีมชาติไอวอรี่โคสต์ทำสถิติเข้าปะทะสำเร็จได้แบบ 100% (2 ครั้ง) ดักตัดบอลได้ 2 ครั้ง, บล็อคลูกยิงได้ 3 ครั้ง และเคลียร์จังหวะอันตรายทิ้งได้ 3 หน ซึ่งมีช็อตสกัดลูกยิงที่กำลังจะเข้าประตูข้ามเส้นได้อย่างหวุดหวิดอีกด้วย

ถ้าหาก ไบยี่ มีสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ต่อเนื่อง บางทีเขาอาจเป็นเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดนี้เลยก็ว่าได้

เพียงแต่อาการบาดเจ็บบ่อยเกินไปนั่นแหละ ที่มักทำลายฟอร์มดีๆ ของเขาตลอดมา

ในส่วนของแนวรุก ฆวน มาต้า และ เจสซี่ ลินการ์ด คือตัวริมเส้นที่เล่นได้อย่างมีชีวิตชีวายิ่งกว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด และ แดเนียล เจมส์ เมื่อวันเสาร์อย่างเห็นได้ชัด

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมาตรฐานคู่แข่งที่ไม่ใช่ทีมระดับลีกสูงสุด แต่เราต้องชมการขยันเคลื่อนที่ และรู้จักสลับตำแหน่งกันตลอดเวลาของทั้ง มาต้า และ ลินการ์ด ด้วย

สถิติที่บ่งบอกผลงานที่ดี ก็คือการที่ทั้งคู่มีโอกาสยิง 4 ครั้ง และสร้างโอกาสลุ้นประตูให้เพื่อนคนละ 4 หนเท่ากัน

อย่างไรก็ตาม โอเดียน อิกาโล่ ดูจะยังเรียกความมั่นใจคืนมาไม่ค่อยได้ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้โอกาสส่งลงสนามน้อยเกินไป

ซึ่งพอเข้าสู่ช่วงท้ายเกม โซลชาร์ ก็ส่งนักเตะที่น่าจะเป็นตัวจริงของทีมลงสนามพร้อมกันถึง 3 คน

บรูโน่ แฟร์นันเดส ลงแทน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค

เมสัน กรีนวู้ด มาเล่นทางขวาแทน ฆวน มาต้า

และให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงไปยืนกองหน้าตัวเป้าแทน อิกาโล่

โดยที่ แรชฟอร์ด กับ กรีนวู้ด สามารถสลับตำแหน่งหนีตัวประกบกันได้ทุกเมื่อ

การส่งอาวุธหนักลงสนามในช่วงราวๆ 15 นาทีท้าย นอกจากเพิ่มโอกาสยิงปิดเกมแล้ว ยังเป็นการช่วยให้นักเตะเหล่านี้ได้เคาะสนิมอีกด้วย

ประตู 2-0 ในนาทีที่ 88 คือการเข้าทำแบบไม่ต้องรีบคิดเยอะ เมื่อ เมสัน กรีนวู้ด เคาะสั้นคืนหลังให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด แตะทีเดียวหลุดเดี่ยวไปซัดโล่งๆ

ส่วน บรูโน่ แฟร์นันเดส มีชื่อทำแอสซิสต์อีกครั้ง เมื่อเป็นคนสุดท้ายที่จ่ายบอลให้เจ้าหนู กรีนวู้ด โยกสับขาหลอกกองหลังลูตัน แล้วซัดด้วยซ้ายเข้าไปเป็นลูกปิดกล่อง

การทำประตูได้ของ แรชฟอร์ด ถือว่าสำคัญยิ่ง เพราะทำให้ดาวยิงทีมชาติอังกฤษหยุดสถิติทำประตูใครไม่ได้มา 7 นัดติดต่อกัน นับตั้งแต่ยิงขึ้นนำให้ทีมในเกมบุกชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 เมื่อช่วงท้ายซีซั่นก่อน

อีกจุดที่น่าชื่นใจ คือการกลับมาลงตัวจริงอีกครั้งของ เนมานย่า มาติช แล้วช่วยให้สมดุลในการเดินเกมดูดีอีกครั้ง

แม้จะดูไม่เด่น แต่กองกลางชาวเซิร์บเล่นง่ายๆ และช่วยแบ่งเบาภาระไม่ให้บอลไปถึงกองหลังเร็วเกินไป และเขาคืออีกคนที่มีลุ้นทวงตำแหน่งตัวจริงคืนในเกมเยือน ไบรท์ตัน วันเสาร์นี้

ฆวน มาต้า ซึ่งเป็นคนซัดจุดโทษปลดล็อคให้ทีม ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า นี่คือชัยชนะที่ช่วยเรียกความมั่นใจให้ทีมกลับคืนมาได้อย่างแท้จริง หลังจากต้นสังกัดกำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก

“ผมคิดว่าเราทำได้โอเคแล้วในส่วนของเรื่องร่างกาย แต่สำหรับผมแล้ว มันสำคัญมากๆ ในแง่ของจิตใจ”

“ถ้าหากคุณมั่นใจ และถ้าหากคุณเชื่อในสิ่งที่คุณทำ และคว้าผลการแข่งขันมาได้ เมื่อนั้นร่างกายมันจะดีตามเอง”

ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เผยว่า เขามีแผนใช้งานตัวหลักอย่าง บรูโน่, กรีนวู้ด และ แรชฟอร์ด ในเกมนี้อยู่แล้ว แต่ไม่สามารถให้ลงเล่นนานเกินกว่า 15 นาทีได้ เพราะเตรียมจับพวกตัวหลักซ้อมหนักยิ่งขึ้น เพื่อเกมลีกวันเสาร์นี้โดยเฉพาะ

“ผมไม่ต้องการให้พวกเขาลงเล่นนานไปกว่านั้น เพราะในวันพรุ่งนี้ เราจะมีวันที่หนักทีเดียวกับพวกเขา”

และอีกสิ่งที่ดีที่สุดจากชัยชนะเกมนี้ นั่นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รักษาความหวังที่จะอยู่ในเส้นทาง คาราบาว คัพ จนถึงรอบลึกๆ เพื่อลุ้นคว้าแชมป์แรกในยุคที่มี โซลชาร์ เป็นกุนซือได้ต่อไป

คู่ต่อสู้ในรอบต่อไปยังไม่ใช่ทีมใหญ่ แต่จะเป็นผู้ชนะระหว่าง เปรสตัน นอร์ธเอนด์ กับ ไบรท์ตัน ซึ่งจะแข่งกันในช่วงกลางสัปดาห์หน้า

นั่นหมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ไปเยือน ไบรท์ตัน ถึง 2 เกมติดต่อกันก่อนปิดฉากเดือนกันยายนนี้เลยทีเดียว

มันมีสัญญาณที่ดีจริงๆ ว่าในช่วงหัวค่ำวันเสาร์นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำได้ดีในเกมเยือน ไบรท์ตัน มากกว่าฟอร์มห่วยแตกในเกมแพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้านตัวเอง

อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, เนมานย่า มาติช และ เมสัน กรีนวู้ด ชื่อเหล่านี้มีลุ้นทวงตำแหน่ง 11 ตัวจริงคืนมาทั้งหมด

มาร์คัส แรชฟอร์ด เรียกความมั่นใจขึ้นมาได้เยอะ จากการยิงประตูได้ในจังหวะง่ายๆ และแฟนบอลคงหวังว่าเขาจะไม่ทำให้เกมนัดต่อไปเป็นเรื่องยากแบบไม่จำเป็น

สภาพความฟิตของผู้เล่นก็น่าจะดีขึ้น แถมการที่เกม คาราบาว คัพ นัดล่าสุดเตะกันคืนวันอังคาร ทำให้มีเวลาไม่มากไม่น้อยเกินไป ที่จะทำให้ผู้เล่นอยู่ในสภาพพร้อมที่สุดสำหรับลุยต่อในลีก

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อาจจะมีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ออกมาตะโกนสั่งการ ไม่ออกมากระตุ้นอะไรให้เห็น

แต่การทำแบบนั้นในเกมชนะทีมอย่าง ลูตัน ทาวน์ ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย และเขาไม่ควรโดนใครด่าในเกมที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด

ในเมื่อทีมคว้าสกอร์ที่ต้องการได้, ตัวหลักได้พัก, ไม่เสียประตู และไม่มีใครเจ็บเพิ่ม ซึ่งถือว่าบรรลุเป้าหมายที่ทีมตั้งไว้ในเกมนี้ครบทุกอย่าง ในสถานการณ์ที่ทีมยังไม่เครื่องร้อนเต็มที่มากนัก

สิ่งที่แฟนบอลควรทำคือรอดูนัดถัดไป ไม่ใช่ไปสร้างมุมลบให้ทีมแบบหยุมหยิม ในเกมที่ผ่านฉลุยมาแล้วโดยไม่จำเป็น

หลักฐานที่บอกว่าชัยชนะเหนือ ลูตัน มันสำคัญขนาดไหน เราจะได้เห็นเอง ในเกมที่ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม วันเสาร์นี้

เพราะคำว่า “ไม่พร้อม” จะไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างได้อีกต่อไปแล้ว…

Facebook Comments

Related Articles