ผ่าเกม-เลือกข้างตัดเชือก”อังกฤษvsโครเอเชีย”โดย “บีแหลมสิงห์”

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2561

# ฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ

โครเอเชีย vs อังกฤษ

เวลา : 01.00 น.

สถิติการพบกัน : โครเอเชีย ชนะ 2 เสมอ 1 อังกฤษ ชนะ 4

เส้นทางของโครเอเชีย : รอบแรก ชนะ ไนจีเรีย 2-0, ชนะ อาร์เจนติน่า 3-0, ชนะ ไอซ์แลนด์ 2-1 จากนั้นในรอบ 2 เสมอ เดนมาร์ก 1-1 ก่อนดวลเป้าชนะจุดโทษ 3-2 เข้ารอบ 8 ทีม เสมอ รัสเซีย 1-1 ต่อเวลาก็เสมอกันอีก 2-2 และชนะจุดโทษ 4-3

เส้นทางของอังกฤษ : รอบแรก ชนะ ตูนีเซีย 2-1, ชนะ ปานามา 6-1 และ แพ้ เบลเยี่ยม ในนัดชิงแชมป์กลุ่ม 0-1 ก่อนจะลงเล่นรอบ 2 เสมอกับ โคลอมเบีย 1-1 แต่ไปดวลจุดโทษชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 4-3 เข้ารอบ 8 ทีม มาปราบ สวีเดน 2-0

โครแอต มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม เป็นบอลเทคนิคดี และเล่นด้วยกันมานาน ประเด็นคือ ที่ผ่านมาพวกเขาใช้เทพีแห่งโชคไปหมดแล้วหรือยัง?!?!?

การชนะด้วยจุดโทษถึง 2 รอบติดต่อกัน แน่นอนว่า มันต้องประกอบด้วยเรื่องของการยิงจุดโทษที่ดี ผู้รักษาประตูเซฟที่ดี แต่ต้องไม่ลืมว่า โชคต้องร่วมกำหนดชะตา และฟ้าจะต้องร่วมวงลิขิต

สิ่งที่น่าคิดก็คือ เรื่องของพละกำลัง เนื่องมาจากว่า โครเอเชีย เจอกับบอลบดหนักๆ มาตลอดตั้งแต่ ไนจีเรีย, อาร์เจนตินา, ไอซ์แลนด์ ในรอบแรก ต่อด้วย เดนมาร์ก และล่าสุดคือรัสเซีย

ไม่มีนัดไหนที่เบาเลย

แถมจะต้องบดหนักถึง 120 นาที สองนัดรวดแบบนี้ เรื่องของสภาพร่างกายเป็นรองอังกฤษแน่นอน

อังกฤษ ไม่ได้เจอกับหนักอะไรมากนักในรอบแรก แม้ว่าต้องดิ้นรนชนะ ตูนิเซีย ก่อนจะต้อน ปานามา แบบสบายๆ และก็พักตัวหลักในนัดแพ้ เบลเยียม

จะหนักหน่อยก็คือเกมกับ โคลอมเบีย แต่ก็มาเจอกับงานที่ไม่ได้สาหัสมากเท่าที่คาดกันไว้ เพราะ สวีเดน อืดยังกับเรือเกลือ

สภาพร่างกาย, เงื่อนไขอายุที่เสริมเรื่องความสด อังกฤษ ได้เปรียบแบบเต็มๆ

สิ่งสำคัญก็คือ อังกฤษ ชุดนี้อย่างที่เคยเขียนเอาไว้ว่า ทุกคนกำลังมั่นใจมากๆ การเล่นฟุตบอลจากลูกนิ่งได้ดีเหมือนกับสไตล์โบราณ นั่นคือ “เดดบอล” เล่นงานคู่แข่งจนเดธสมอเล่ มาแล้วหลายราย

ทำให้เพลง Three Lions กลับมากระหึ่มอีกครั้ง แม้โลกใบนี้จะตีความหมายผิดกับคำว่า It’s coming home… It’s coming home ที่แต่งขึ้นมาตั้งแต่ บอลยูโร ปี 1996 แต่ตอนนี้ทานกระแสไม่ไหวจริงๆ

นักบอลได้เล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัดจริงๆ และได้เล่นแบบ“ถูกจริต”แทบจะทั้งทีม ยกเว้น ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ถูกโจมตีอย่างหนักในเกมกับ โคลอมเบีย ก็มาเล่นได้น่าสนใจมากในนัดเจอกับ สวีเดน เพียงแต่ยังพังสกอร์ไม่ได้

มันก็เลยดูขัดลูกหูลูกตา

ว่าถึงเรื่องตำแหน่งที่ถูกจริต นั่นก็คือ ไคล์ วอล์คเกอร์ อยู่ตัวในประสานกับ จอห์น สโตนส์ และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ถือเป็นชุดที่“พอดีกัน” เพราะถ้าหากให้เล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่ระหว่าง สโตนส์ กับ แม็คไกวร์ แล้วให้ วอล์คเกอร์ ออกมาเล่นแบ๊กขวา

ป่านนี้กลับมานอนกอดเมียอยู่ที่บ้านแล้ว

เมื่อเป็นแบบนี้ ความสดถือว่าได้เปรียบ และความคึกคักมันหันมาอยู่ทาง อังกฤษ ค่อนข้างเยอะ


11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม โครเอเชีย (4-3-3) : ดานิเยล ซูบาซิช – เวดราน ชอว์ลูก้า, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วิด้า, อิวาน สตรินิช – อิวาน ราคิติช, ลูก้า โมดริช (กัปตันทีม) – อันเต้ เรบิช, อันเดรย์ ครามาริช(มาร์เซโล่ โบรโซวิช), อิวาน เปริซิช – มาริโอ มานด์ซูคิช

อังกฤษ (3-5-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด; ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์; คีแรน ทริปเปียร์, แอชลี่ย์ ยัง, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจสซี่ ลินการ์ด, เดเล่ อัลลี; ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ แฮร์รี่ เคน(กัปตันทีม)

ทิศทางของเกม : ความสวยงามและประสิทธิภาพของเกมอยู่ที่ โครเอเชีย อย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขามีทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยม เทคนิคในการเล่นน่าสนใจ ประเด็นสำคัญคือความฟิตกับอาการบาดเจ็บที่เล่นงานนักเตะคนสำคัญ ขณะที่ อังกฤษ มีทีเด็ดจากลูกนิ่งทั้งหมด ทำให้พวกเขามีโอกาสเช่นกันที่จะทำประตูได้ในยามที่เกมเป็นรอง ดังนั้นเกมอาจจะลากยาวไปแบบไม่จบใน 90 นาที

คำตัดสิน : 90 นาทีไม่มีผู้ชนะ

 

บี แหลมสิงห์

Comments

comments