ผ้าพันคอHalf&Half:อีกหนึ่งชัยชนะครั้งสำคัญของ”ลิเวอร์พูล”

A half-and-half scarf ชัยชนะบนความสับสนของ”โมเดิร์น ฟุตบอล”

 

ผมเป็นคนหนึ่งแหล่ะที่ชื่นชอบ บนความที่ไม่ค่อยชอบของคนอังกฤษ

นั่นคือผ้าพันคอ “แมทช์เดย์” ที่มีชื่อของทั้งสองทีมคู่ปะทะอยู่บนผืนเดียวกัน หรือที่เรียกกันว่า A half-and-half scarf

สำหรับคนจนผู้ยิ่งใหญ่อย่างผม การได้บินไปอังกฤษแต่ละครั้ง ถือเป็นที่สุด ถือเป็นกำไรชีวิต ก็จะแคะกระปุกเพื่อไปหาซื้อของติดไม้ติดมือกลับมา ทั้งเก็บทั้งฝาก หนึ่งในนั้นที่ไม่เคยพลาดแม้แต่คราเดียวก็คือ ผ้าพันคอแมทช์เดย์

เพราะจะบอกเราทุกอย่าง จะช่วยย้ำเตือนความทรงจำให้กับเรา เพราะว่าบนผืนผ้านั้น จะมีวันที่แข่งขัน, สนามแข่งขัน และทีมที่แข่งขันให้เราได้จดจำไปตลอดกาล

คือหยิบขึ้นมาเมื่อไหร่ โม้ได้ทันทีว่างั้นเหอะ

เวลาที่ผมเดินทางไปทั้งการทำข่าวซึ่งเป็นอาชีพตัวเองมาเกือบ 20 ปี, ทำทัวร์ฟุตบอลเจ้าแรกที่เป็นมนุษย์ข่าวแล้วพาคนหัวใจเดียวกันไปเที่ยว หรือถูกเชื้อเชิญให้ร่วมทริป ผมก็จะแนะนำผู้ที่เดินทางร่วมทริปให้ซื้อกลับมาเสมอ แต่……

แต่สำหรับคนที่อังกฤษ มองเรื่องนี้ว่าเป็น “ความสับสนของโมเดิร์นฟุตบอล” เพราะมันไม่เหมาะไม่ควรที่สัญลักษณ์ของสองทีมจะอยู่ในผ้าผืนเดียวกัน

อันนั้นก็ใช่ครับ ผมไม่เถียง

เพราะคนที่นั่นคือ “มาดูบอล” คือมาดูบอลอย่างเดียวจริงๆ ผมไม่ค่อยเห็นพวกเขาซื้ออะไรกันเท่าไหร่

ยกเว้น หนังสือแมทช์เดย์, ฮอทด็อก, พาย และน้ำอำพัน

ที่ร้านแฟนซีนส่วนใหญ่ขายกันได้ก็เพราะ “คนต่างชาติ” หรือ “นักท่องเที่ยว” แบบเราท่านนี่แหละ ที่ไปเมื่อไหร่ก็โกยกลับมา

ตอนนี้ผ้าพันคอแมทช์เดย์ ลุกลามรวดเร็ว ได้รับความนิยมไปแทบจะทั่วโลก

A2 A3

A4 A5

มาถึงสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดทวิตเตอร์ และเจอเว็บไซต์หนึ่งของเมืองลิเวอร์พูล คือ ThisIsAnfield เขียนถึงเรื่องผ้าพันคอฮาล์ฟ แอนด์ ฮาล์ฟ

จั่วหัวมาว่า Finally, a half-and-half scarf that is acceptable!!!

ผ้าพันคอที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “สัญลักษณ์แห่งการย้อนแย้ง” ได้รับการยอมรับแล้ว เมื่อร้าน Hat-Scarf-Or-A-Badge ร้านที่ออกแบบสินค้าด้วยตัวเอง และเป็นตัวตั้งตัวตีในแคมเปญดูแลคนร่วมเมืองนั่นก็คือ #SaveLocalBusiness อันโด่งดัง เมื่อถูกสโมสรแทรกแซงสิทธิ์เมื่อต้นซีซั่นที่ผ่านมา

ร้านนี้ออกแบบผ้าพันคอฮาล์ฟ แอนด์ ฮาล์ฟ ที่ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือ เอาทีมลิเวอร์พูล กับ ทีมลิเวอร์พูล สำรอง มาไว้ในผืนผ้าเดียวกัน โดยใช้คำของปรมาจารย์ลูกหนัง บิลล์ แชงคลี่ย์ ที่เคยกล่าวเอาไว้

“There’s only two teams in Liverpool…Liverpool and Liverpool reserves.”

A1(3)

ถือเป็นการออกพุทธไอเดียแรก ที่ได้รับการยอมรับจากแฟนฟุตบอล แม้กระทั่งแฟนบอลของแมนฯยูไนเต็ด, อาร์เซนอล และแมนฯซิตี้ ยังเข้าไปชื่นชมไอเดียครั้งนี้ด้วย

เห็นข่าวดีรู้สึกดีใจมากขึ้นไปอีก ตรงที่ ผมรู้จักกับคนคิดทำผ้าพันคอนี้ตั้งแต่ปี 2015 เขาชื่อว่า “Mick” แต่ไปใหม่ๆ คนฝรั่งที่เราจะเป็นเพื่อนมักจะแทนตัวว่า “ไมค์” ก็เลยติดปากเรียกว่า ไมค์(Mike) มาโดยตลอด

ร้านของเขาอยู่ที่ Walton Breck Road ใกล้กับแอนฟิลด์มากๆ คือเปิดประตูมามองทางขวาก็เห็นหลังคาสนาม ร้านนี้อยู่เลยปั๊มน้ำมัน และแอนฟิลด์ บาร์เบอร์ ห่างจากบ้านเดิมของท่านประธานคนแรกอย่าง จอห์น โฮลดิ้ง ไม่ไกล

ผมกับเขาอาจจะไม่สนิทกันถึงขั้น “ใส่ฟันปลอมให้กันได้” แต่ไปเจอกัน 3-4 ครั้ง เพียงแต่คุยถึงเรื่องตลาด คุยเล่นกันผ่าน FB ค่อนข้างบ่อย

ล่าสุดตอนผมไปเมืองผู้ดี ในศึกวันแดงเดือดเมื่อเดือนตุลาคม เวลาก็น้อยมาก แกก็ยังอุตส่าห์ลากผมไปขึ้นรถ เพื่อนั่งเล่นที่บ้านแกพักใหญ่ๆ

ก็ยังถามเลย “เฮ้ย ไมค์ นี่บ้านแกหรือคลังแสงเนี่ย ของบอลเต็มเลยน่าขโมยจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า”

22528504_1653174384745065_7841521154168994978_n

DW0COnBWkAAvHNv

DWyv67BXcAAX6CI

DWzks0eX0AE7il8 (1)

แกยังชวนให้ผมมาซื้อบ้านแถวนี้เลย แกบอกเงียบดีนะ พักผ่อนดีแต่ค้าขายเหนื่อย ผมเลยบอกไปว่า ซื้อได้แต่มีให้ยืมสัก 200 มั๊ย……………แอร่รร

เรื่องนี้ดีใจมากๆ เพราะ ฮาล์ฟ แอนด์ ฮาล์ฟ ยังไม่ตาย ยังขายได้อยู่ และได้รับการยอมรับครั้งแรก มาจากแนวคิดของคนที่เรารู้จักต่างแดน

ผู้ไม่เคยคิดทำผ้าพันคอ ฮาล์ฟ แอนด์ ฮาล์ฟ มาจำหน่ายก่อนหน้านี้แม้แต่หนเดียว แต่สามารถทำให้คนยอมรับได้

ก่อนหน้าจะมีข่าวนี้ประมาณ 2-3 วัน แกส่งภาพผ้าพันคอนี้ มาให้ผมดูว่า ชอบหรือไม่ ซึ่งผมก็ชอบมากๆ แต่ก็บอกว่า ทุกคนน่าจะชอบทั้งหมด

แฟนทุกทีมน่าจะโอเค ยกเว้นแฟนเอฟเวอร์ตันครับ ฮ่า

บี แหลมสิงห์

Comments

comments