“ฟาบินโญ่”บทบาทจำเป็นผู้นำเกมรับหงส์แดง

ดูไฮไลท์ุตบอลฟรี

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นหลัก ๆ ของวงการฟุตบอลที่หลายคนพูดถึงกันคงหนีไม่พ้นควันหลงหลังเกม เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ครั้งที่ 235 ที่ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เปิดบ้านเสมอกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปแบบสุดมันส์ 2-2

            มีเรื่องให้พูดถึงกันมากมาย ทั้งจังหวะการตัดสินด้วย VAR ของ เดวิด คู้ต รวมไปถึงอาการบาดเจ็บของ เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังคนสำคัญของฝั่งทีมเยือนที่เข้าปะทะกับ จอร์แดน พีคฟอร์ด นายทวารของเจ้าถิ่น

            โดยการประสบเหตุของ ฟาน ไดจ์ค ในครั้งนี้ถือว่าสาหัสสากันต์เหลือเกิน ส่งผลให้ต้องเขาเข้ารับการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่า นั่นหมายความว่าต้องพักยาว ๆ อย่างน้อย 6 เดือน เรียกได้ว่าน่าจะหมดสิทธิ์รับใช้ต้นสังกัดในเกมที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้

            กลายเป็นเรื่องโชคร้ายของ ลิเวอร์พูล 3 แต้มก็ไม่ได้ แถมยังมาเสียแกนหลักคนสำคัญไปอีก ในช่วงปิดตลาดซื้อขายนักเตะพอดิบพอดี ครั้นจะไปเอาผู้เล่นฟรีเอเย่นต์เข้ามาเสริมก็ไม่มีตัวเลือกไหนที่น่าสนใจ ทำให้จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ตอนนี้

            เมื่อไล่รายชื่อดู แทบจะลมจับ คนที่เล่นบ่อย ๆ อย่าง โจ โกเมซ ก็ขึ้นชื่อในเรื่องของความเฟอะฟะ โฌแอล มาติป ก็ออด ๆ แอด ๆ เล่นไปเจ็บไป ส่วนดาวรุ่งที่มีอยู่ถือว่ามีอนาคต แต่จะให้ดันขึ้นมาใช้งานเต็มตัวแบบแกะซองกินคงยังไม่ได้

            เยอร์เก้น คล็อปป์ เคยแก้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บด้วยการเอา ฟาบินโญ่ ไปยืนแทน โจ โกเมซ มาแล้ว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่บุกเอาชนะ “สิงห์บลูส์” เชลซี 2-0 ทำหน้าที่ได้ดีในการลักพาตัว ติโม แวร์เนอร์ แนวรุกความหวังของทีมคู่แข่งหายไปจากเกมดังกล่าว

            เมื่อไม่มี ฟาน ไดจ์ค ในทุกเกมที่เหลือ… บททดสอบแรกของแนวรับ “หงส์แดง” คือการออกไปเยือน อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดทีมจากแดนกังหันลม จริงอยู่.. ว่าคุณภาพของผู้เล่น อาแจ๊กซ์ฯ นั้นไม่ได้แกร่งเหมือนปีที่พวกเขาหลุดเข้าตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ต้องรับมือกับนักเตะมากประสบการณ์อย่าง ดูซาน ทาดิซ และดาวิด เนเรส ที่มาจากทีมชุดนั้น

            ฟาบินโญ่ ถูกส่งลงเป็นตัวจริงเคียงข้างกับ โจ โกเมซ เขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในเกมรับที่พอจะไว้วางใจได้มากที่สุดในชั่วโมงนี้ แน่นอนว่าอาจจะไม่ดีเท่า ฟาน ไดจ์ค แต่ก็ยังดูดีกว่าแนวรับคนอื่น ๆ ที่มีอยู่ในทีมตอนนี้

            เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ 1-0 จากการสกัดเข้าประตูตัวเองของ นิโกลัส ทาเกลียฟิโก้ รูปแบบเปิดแลกเข้าใส่กัน อาแจ๊กซ์ฯ มีโอกาสมากมาย แต่ติดเซฟของ อาเดรี่ยน รวมไปถึงลูกยิงไกลไปชนเสาของ ดาวี่ คลาสเซ่น

            ช็อตสำคัญที่มีส่วนช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าสามคะแนนแรกในเกมประเดิมสนามรอบแบ่งกลุ่มคงเป็นจังหวะที่ ฟาบินโญ่ วิ่งไปเคลียร์ลูกชิพของ ดูซาน ทาดิช หน้าเส้นประตูแบบหวุดหวิด ทำให้เขาได้รับคำชมเป็นอย่างมาก


            หลังจบเกมดังกล่าว ฟาบินโญ่ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงคำถามมากมายในการเข้ารับบทบาทนี้

            “เราเล่นกับทีมที่ดีมาก ๆ อย่าง อาแจ๊กซ์ฯ พวกเขามีคุณภาพสูง ทำให้เราต้องมีสมาธิเสมอกับการประกบผู้เล่นแนวรุกอย่าง ดูซาน ทาดิช หรือดาวิด เนเรส ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีกับการเก็บคลีนชีตและชัยชนะในเกมนี้” ฟาบินโญ่ กล่าวกับ VSport1 หลังจบเกม

            “ส่วนตัวแล้วเมื่อรับรู้ว่า เฟอร์จีล ต้องพักนาน ผมรู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะเขาคือกองหลังที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้ เขามีความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำทั้งในสนามและห้องแต่งตัว นำบรรยากาศดี ๆ มาสู่ทีมเสมอและเราคิดถึงสิ่งนี้”

            “เราพยายามที่จะก้าวต่อไป ทำให้ดีที่สุดตามเป้าหมายคือการเก็บชัยชนะ เรามีผู้เล่นที่บาดเจ็บอย่าง ติอาโก้, อลิสซอน และโฌแอล ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังพยายามฟื้นฟูร่างกายเพื่อกลับมาช่วยทีมให้เร็วที่สุด”


            นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้เปิดเผยด้วยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการที่ต้องรับบทบาททดแทน เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค และยอมรับยังไม่สามารถเทียบชั้นกับเพื่อนร่วมทีมชาวเนเธอร์แลนด์ได้ แต่ก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

            “ผมต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ที่ต้องวางบอลยาวมากขึ้น และพยายามจัดกระบวนเกมรับให้พร้อมอยู่เสมอ มันไม่ใช่เรื่องง่ายกับการที่ต้องมาทดแทนในสิ่งที่ เฟอร์จีล เคยทำอยู่ ต้องสื่อสารกับแนวรับตลอด หรือการเป็นผู้นำคอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมอยู่เสมอ”

            “แน่นอนว่าผมไม่ใช่ผู้นำตัวจริงแบบ ฟาน ไดจ์ค แต่ก็จะพยายามทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด มันเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่ไม่เสียประตูในเกมนี้ เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเราทุกคน”

            “เยอร์เก้น คล็อปป์ ได้บอกกับผมว่าให้สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมให้มากขึ้น เพราะสิ่งนี้จะช่วยในการจัดระเบียบเกมรับของเรา มันมีรายละเอียดมากมาย เช่น การคอยเก็บบอลจากแถวสอง, จากเรียกเชฟเกมรับ หรือแม้กระทั่งการเข้าเพรสซิ่ง”

            หลังผ่านเกมกับ อาแจ๊กซ์ฯ ฟาบินโญ่ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคือคนที่จะต้องขึ้นมาเป็นผู้นำในแนวรับของทีม แบบที่ ฟาน ไดจ์ค เคยทำเอาไว้ ต้องรอดูกันว่าเขาจะนำเกมรับของทีมได้ดีแบบนี้ต่อไปหรือไม่? เพราะฤดูกาลนี้ยังอีกยาวนาน…

Facebook Comments

Related Articles