มานด์ซูคิชซัดชัย!“โครแอต”ต่อเวลาแซงสิงโต2-1เข้าชิงบอลโลก

มาริโอ มานด์ซูคิช ซัดประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษให้ “ตราหมากรุก” โครเอเชีย พลิกแซงเอาชนะ “สิงโตคำราม” อังกฤษ 2-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ไปพบกับ “ตราไก่” ฝรั่งเศส

โดยเกมนี้ โครเอเชีย ที่ต้องดวลจุดโทษถึงสองครั้งก่อนจะผ่านเข้ารอบมาได้ ได้ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ หาเจ็บกลับมาประจำการแบ็กขวา พร้อมเปลื่ยนแทคติกเอา มาร์เซโล่ โบรโซวิช ลงมาผนึกกำลังแดนกลางร่วมกับ ลูก้า โมดริช และ อีวาน ราคิติช

เริ่มเกมครึ่งแรกเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น อังกฤษ มาได้ฟรีคิกและเป็น คีแรน ทริปเปียร์ ที่ปั่นเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้พวกเขาออกนำไปก่อน 1-0

จากนั้น อังกฤษ ยังคงเล่นได้แบบวูบวาบ มีโอกาสอยู่หลายครั้งที่จะได้ประตูที่สอง ส่วน โครเอเชีย พยายามไล่บี้เพื่อครอบครองบอลทำเกมรุก แต่ยังไม่มีจังหวะจบสักเท่าไหร่ ทำให้จบครึ่งแรก อังกฤษ ขึ้นนำโครเอเชีย 1-0

กลับมาเล่นครึ่งหลัง โครเอเชีย ทำได้ดีครองบอลได้มากกว่าพร้อมเป็นฝ่ายที่เปิดเกมรุกเข้าใส่จนนาทีที่ 68 มาได้ประตูตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ ซิเม่ เวอร์ชัลจ์โก้ เปิดให้กับ อีวาน เปริซิซ โฉบตัดหน้าแนวรับดีดเข้าไป

อีก 3 นาทีต่อมา โครเอเชีย เกือบพลิกแซงขึ้นนำจากความผิดพลาดในการสื่อสารของแนวรับ บอลไปเข้าทาง อีวาน เปริซิซ ที่โยกหนี ไคล์ วอล์คเกอร์ ก่อนจะซัดด้วยซ้าบบอลเรียดพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

ช่วงเวลาที่เหลือ โครแอต ดีกว่า แต่ไม่สามารถทำอะไรกันได้ ทำให้จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป

ในช่วงครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษทั้งสองทีมมีโอกาสน่าจะได้ประตูหนึ่งครั้ง อังกฤษ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะโขกของ จอห์น สโตนส์ บอลกำลังเข้าประตูแต่ ซิเม่ เวอร์ชัลจ์โก้ ยังยืนคุมเส้นโขกสกัดออกไป ส่วน โครเอเชีย เกือบได้จากลูกชาร์จจ่อๆของ มานด์ซูคิช บอลไปติดเข่าของ ฟีคฟอร์ด

ครึ่งหลังนาทีที่ 109 โครเอเชีย มาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะหนุนโขกต่อของ อีวาน เปริซิซ ไปให้กับ มาริโอ มานด์ซูคิช โฉบเข้าไปซัดด้วยซ้ายไม่เหลือ

สถานการณ์ของ อังกฤษ แย่หนักเมื่อ คืแรน ทริปเปียร์ บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ทำให้พวกเขาต้องเล่นด้วยสภาพ 10 คน และสกอร์ตามหลังเพราะใช้โควตา 3+1 เปลื่ยนไปหมดแล้ว

ทำให้ช่วงเวลาทีเหลือ อังกฤษ พยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ จบเกม โครเอเชีย ต่อเวลาพิเศษบดแซงเอาชนะ อังกฤษ 2-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไปพบกับฝรั่งเศส

Comments

comments