ราชันบัลลงดอร์คนใหม่”ลูก้าโมดริช”สัญลักษณ์แห่งลูกหนัง”คนไร้บ้าน”

คอลัมน์ ฟุตบอลเกมแห่งชีวิต by บี แหลมสิงห์

เรื่อง : บัลลงดอร์คนใหม่”ลูก้าโมดริช”สัญลักษณ์แห่งลูกหนัง”คนไร้บ้าน”

 

ลูก้า โมดริช ผงาดคว้ารางวัลบัลลงดอร์ ประจำปีนี้ และเป็นคนแรกในรอบ 10 ปีที่รางวัลนี้ไม่ตกเป็นของคนใดคนหนึ่ง

ระหว่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้ หรือ ลีโอเนล เมสซี่

การลงคะแนนของผู้สื่อข่าวสายกีฬาหรือฟุตบอลทั่วโลกด้วยคะแนนท่วมท้นถึง 753 คะแนน ตามมาด้วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 476 คะแนน และ อ็องตวน กรีซมันน์ 414 คะแนน

………….เส้นทางของชีวิตนักเตะแต่ละคนนั้น แตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกันกับ โมดริช เขาหนีตายตั้งแต่เด็ก ซ้อมบอลท่ามกลางไฟสงครามการฆ่ากันเองของคนเชื้อสายเดียวกัน

รถบัสของทีมชาติโครเอเชีย จึงมีสโลแกนที่ว่า “Small country, big dreams”….

ชัดเจนในตัวของมันเอง

เงื่อนไขของสิ่งรอบข้าง ทำลายและทำร้ายจิตวิญญาณของมนุษย์ไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องจิตใจอันกร้าวแกร่ง ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

โมดริช พร้อมกับเพื่อน ๆ นักบอลโครเอเชีย ชุดรองแชมป์โลก เกิดและเติบโตด้วยไฟสงครามที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากๆ

เป็นสงครามการปะทะกันระหว่าง เซิร์บ กับฝ่ายหนึ่งของโครแอต และฝ่ายหนึ่งของบอสเนีย อีกทางหนึ่งก็เป็นการสู้กันของพวกบอสนิก กับ โครแอต ในบอสเนีย แถมกลุ่มบอสนิกก็ทะเลาะกันเองในบอสเนีย

เป็นสงครามร่วมเผ่าพันธุ์ เป็นสงครามของพี่น้อง และเป็นสงครามศาสนา

ลงท้าย 6 สาธารณรัฐของยูโกสลาเวีย ประกอบด้วย บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา, สโลวีเนีย, โครเอเชีย, เซอร์เบีย, มอนเตเนโกร และมาซิโดเนีย แยกตัวออกมา รวมไปถึงมณฑลอิสระอย่าง โคโซโว และวอยโวดีนา ซึ่งเป็นมณฑลปกครองตนเอง

นั่นหมายว่า โครเอเชีย คือทีมที่ “ฟ้าประทาน” เรื่องของ “ความสามารถในเชิงฟุตบอล” สืบชาติพันธุ์จาก ยูโกสลาเวีย

…….โมดริช บนวัยเพียง 6 ขวบ สูญเสียคุณปู่ต่อหน้าต่อตาจากการฆาตรกรรม ก่อนจะกลายเป็นคนไร้บ้านเพราะสงคราม

เขาสูญเสียทุกอย่างไปทั้งคนที่รัก ทั้งบ้านอันเป็นที่รัก กลายเป็นผู้อพยพได้ยินเสียงระเบิดเสียงปืนมากกว่าทุกสิ่ง มันไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะเด็ก

“ฟุตบอลคือสิ่งเดียวที่ทำให้เด็กๆได้หนีพ้นจากความจริงอันเจ็บปวดได้” โทมิสลาฟ เบซิช โค้ชคนแรกของ โมดริช กล่าวเอาไว้

มันก็จริงอย่างที่เค้าว่า……………

โมดริช เล่นฟุตบอลอยู่ที่จุดลี้ภัย รูปร่างเล็ก แกร็น แต่คล่องแคล่วว่องไว และด้วยความรักในเกมลูกหนัง ที่เขาก้มหน้าก้มตาเตะบอลให้ลืมทุกสิ่ง ทำให้พนักงานโรงแรมที่ โมดริช และครอบครัวลี้ภัย ตัดสินใจโทรไปหา โยซิป บาลโย ผู้บริหารของ เอ็นเค ซาดาร์ ทีมท้องถิ่น ให้มาดูเด็กคนนี้

เขาเล่นบอลอยู่ที่ลานจอดรถ และเมื่อ บาลโย ได้เห็น เขาจึงยื่นข้อเสนอให้กับ โมดริช ทันที เพื่อให้มาอยู่ในอะคาเดมี่ เพื่อให้ได้เรียนรู้เชิงลูกหนังอย่างจริงจัง แน่นอน พ่อแม่ของเขาก็สนับสนุนเต็มที่ เพราะนอกจากได้เตะฟุตบอลแล้ว

จะได้รับทุนการศึกษาอีกด้วย

ประเด็นคือ แม้จะได้มาซ้อมกับอะคาเดมี่ แล้ว ชีวิตของ โมดริช ยังไม่ได้ห่างจากสงคราม เนื่องจากระหว่างซ้อมก็มีเสียงระเบิดตูมตามอยู่ตลอดเวลา บ้างก็เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว

ประมาณว่า ซ้อมไปหลบระเบิดไปก็ว่าได้

โมดริช เกือบจะเลิกเล่นฟุตบอลเนื่องจาก ไฮดุ๊ก สปลิท ทีมที่เขาเชียร์ ปฏิเสธการเซ็นสัญญาเพราะตัวเล็กเกินไป จากนั้นเขาได้สัญญากับ ดินาโม ซาเกร็บ ก็เกือบจะไม่มีอนาคต เยนื่องจากถูกปล่อยให้ยืมตัวไปถึง 3 รอบ แต่สุดท้ายเพชรก็คือเพชร

“ผมเชื่อในความมุ่งมั่น” โมดริช กล่าว “เราคือคน และจะต้องเป็นคนที่ไม่ถูกทำลายได้ง่าย ๆ สงครามทำให้ผมกับครอบครัวแกร่งขึ้น เมื่อเราตั้งใจเราจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวผมเชื่ออย่างนั้น”

…….ไฟสงครามไม่ได้เผา โมดริช เพียงคนเดียวเท่านั้น บรรดานักเตะในทีมชุดนี้โดนพิษของมันเล่นงานกันหลายต่อหลายคน

ครอบครัวของ เดยัน ลอฟเรน ต้องหนีจากสงครามจาก เซนิก้า ที่อยู่ในยูโกสลาเวีย ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ของ บอสเนีย เฮอร์เซโกวีน่า ไปอยู่ที่มิวนิค ในเยอรมนี

ตอนนั้น ลอฟเรน อายุแค่ 3 ขวบ ทำให้เขาเรียนรู้ภาษาเยอรมัน ก่อนจะกลับมาตั้งรกรากอีกทีที่ คาร์โลวัช ในโครเอเชีย ที่ห่างจากซาเกร็บไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 50 กิโลเมตร

อีวาน ราคิติช เกิดที่ไรน์เฟลเด้น เป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ในรัฐทางตอนเหนือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำอาเร ซึ่งครอบครัวของเขา ย้ายจาก โซคชี่ เพื่อหนีสงคราม ทำให้เขาเริ่มเล่นบอลกับ บาเซิ่ล

ไม่แปลกที่เขาจะติดทีมชาติสวิส ทั้งรุ่น 17, 19 และ 21 กระทั่ง สลาเวน บีลิช อดีตกุนซือโครแอต ไปโน้มน้าวจิตใจให้มาเล่นกับ โครแอต ในปี 2007

มาริโอ มานด์ซูคิช เกิดที่ สโลวอนสกี้ โบรด์ ครอบครัวย้ายหนีสงครามไปอยู่ในเยอรมนี ใกล้ๆ กับ สตุ๊ตการ์ท ทำให้เขาเริ่มเล่นบอลกับ ทีเอสเอฟ ดิตซินเก้น ก่อนจะกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดในโครเอเชีย อีกครั้ง หลังจากสงครามเบาบางลง

มาเตโอ โควาซิช เกิดในเมืองลินช์ ประเทศออสเตรีย เขาเป็นคน บอสเนียน โครต์ แต่ครอบต้องย้ายหนีจาก คอตอร์ วารอส ในบอสเนีย เพราะสงครามตั้งแต่เขายังไม่เกิด ก่อนที่จะกลับไปอยู่ที่ซาเกร็บ เมื่อตอนอายุ 13 ปี

ติน เจดวาจ์ พ่อของเขา ซเดนโก้ เป็นนักฟุตบอล แต่ต้องลี้ภัยสงครามบอสเนีย ย้ายจากมอสต้า ไปอยู่ที่ซาเกร็บ

สำคัญก็คือ สงครามไม่ได้ทำร้ายพื้นฐานการเล่นฟุตบอลของพวกเขาเลย โดยเฉพาะ ดินาโม ซาเกร็บ นาทีนี้มีนักเตะของพวกเขาอยู่ในนัดชิงบอลโลกครั้งนี้ถึง 12 คน

นำโดย ลูก้า โมดริช บวกกับ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้, เวดราน ชอว์ลูก้า, เดยัน ลอฟเรน, ติน เจดวาจ์, โจซิป พิวาริช, มาเตโอ โควาซิช, มิลาน บาเดลจ์, มาร์เซโล โบรโซวิช, อันเดรจ์ คามาริช, มาริโอ มานด์ซูคิช และมาร์โก้ พาก้า

พวกเขาได้รองแชมป์โลก และเป็นที่น่าจดจำไปทั่วทั้งโลก กับชาติที่มีประชากรเพียง 4.5 ล้านคน พร้อมกับเพิ่งได้เอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อ 27 ปีที่แล้วนี้เอง

ในเมื่อ”ฟุตบอล”คือความหวังของชาวโครแอต

โมดริช คือสัญลักษณ์แห่งความหวังที่จับต้องได้

นี่คือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ”คนไร้บ้าน”แต่”ไม่ไร้ความหวัง” มันจะเป็นอย่างนี้ตลอดกาล

จะเป็นอย่างนี้ตลอดไป………………

 

บี แหลมสิงห์

Comments

comments