วัดกันไปเลย!ใครจะแชมป์ใครจะตกชั้นไทยลีกนัดสุดท้าย

ศึกลูกหนัง โตโยต้า ไทยลีก นัดสุดท้ายของฤดูกาล ลงสนามพร้อมกันทุกคู่ในเวลา 18.00น.  ไฮไลท์อยู่ที่การลุ้นแชมป์ของ 2 ทีมอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ  สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด โดย ทัพ “ปราสาทสายฟ้า” จะบุกไปเยือนถิ่น สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี  ของ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี ขณะที่ “กว่างโซ้งอันตราย” จะบุกไปเยือนสนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี  ของทัพ “ช้างศึกยุตถหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี   ขณะเดียวกันการ “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จะดวลกับ  สุโขทัย เอฟซี ซึ่งเป็นการลุ้นหนีตกชั้นของทั้งสองทีมด้วย  

เชียงใหม่ เอฟซี (19) – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (1) : ปราสาทสายฟ้า ที่ลุ้นแชมป์สมัยที่ 7 และแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน เกมนี้ โบซิดาร์ บันโดวิช ต้องการคว้าชัยชนะเพื่อการันตีแชมป์ แบบไม่ต้องสนผลคู่อื่น สภาพทีม  จะได้ สตีเฟ่น พัลล่า และ เควิน อินเกรโซ่ 2 แข้งทีมชาติฟิลิปปินส์กลับมาช่วยทีมเต็มที่  ส่วนแกนหลักรายอื่นๆ จะพร้อมลงสนามทั้งหมดนำโดย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, อันเดรส ตูเญซ, ฮาจิเมะ โอโซไก, รัตนากร ใหม่คามิ, ศุภชัย ใจเด็ด ,ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และ สุภโชค สารชาติ

ทางฝั่งเจ้าถิ่น “พยัคฆ์ล้านนา” ที่ตกชั้นแน่นอนแล้ว เกมนี้พวกเขาต้องเล่นด้วยศักดิ์ศรี หลังเกมที่แล้วก็เพิ่งเรียกความมั่นใจด้วยการคว้าชัยมา พร้อมกับเกมนี้ยังเป็นนัดสุดท้ายในบ้านด้วย สภาพทีมของ “โค้ชอั๋น” สุรพงษ์ คงเทพ จะมาแบบเต็มสูบนำโดย สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว กัปตันทีม ,วรวุฒิ นามเวช , มุสตาฟา อะซัดซอย , ไคเก้ เลเมส , โชติภัทร พุ่มแก้ว , อรรถวิทย์ สุขช่วย และ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา   

            สุพรรณบุรี เอฟซี (13) – เชียงราย ยูไนเต็ด (2) :   โจทย์เดียวของทัพ “กว่างโซ้งอันตราย” คือต้องบุกไปคว้า 3 แต้มให้ได้สถานเดียว พร้อมกับลุ้นให้ผลอีกคู่ บุรีรัมย์ ไม่สามารถคว้าชัยได้ พวกเขาจะเป็นแชมป์สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรทันที เนื่องจากแม้ว่าจะมีแต้มที่ 58 เท่ากัน แต่เฮดทูเฮดของทั้งคู่ เชียงรายดีกว่า  เกมนี้สภาพทีมของ ไอล์ตัน ซิลวา กุนซือชาวบราซิล จะไม่ต้องเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติม พร้อมทั้งจะได้ อี ยองแร กองกลางคนสำคัญหายเจ็บกลับมาช่วยทีมอีกครั้ง ส่วนแกนหลักอย่าง ธนะศักดิ์ ศรีใส ปราการหลังกัปตันทีม ,พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ,ศิวกรณ์ เตียตระกูล ,เอกนิษฐ์ ปัญญา ,บิลล์โรซิมาร์ และ วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ จะพร้อมลงสนามทั้งหมด

            ทางฝั่ง ช้างศึกยุตธหัตถี ที่กำลังหนีตกชั้นเวลานี้ เกมนี้  “อเดบาโย กาเดโบ” กุนซือของทีม ที่เพิ่งพาทีมบุกไปเอาชนะ สมุทรปราการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกมนี้สภาพทีมจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมโดย แกนหลักทั้ง อัลวาโร ซิลวา ,ญัฐพงษ์ สมณะ ,ชุติพนธ์ ทองแท้ ,ธนาสิทธ์ ศิริผลา ,เคลตัน ซิลวา และ กิลเญร์เม เดลลาตอร์เร จะพร้อมลงสนามทั้งหมด

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (12)  – สุโขทัย เอฟซี (14) :  เจ้าถิ่น สวาทแคท ต้องการผลเสมอเพื่อการันตีอยู่รอดในไทยลีกต่อไป โดยความพร้อมต้องรอเช็คความฟิตของ อมาดู อ็อตตาร่า กองหน้าไอวอรี่โคสต์ ที่เจ็บ ส่วนนอกนั้นสามารถลงเล่นได้ทั้งหมด โดยแกนหลักทั้ง   แซมมวล ป คันนิงแฮม, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว,   นฤพล อารมณ์สวะ, กฤษดา เหมวิพัฒน์, มาร์ค ฮาร์ทมันน์, อองรี ดูมเบีย และ เลอันโดร อัสซัมเซา จะพร้อมลงสนามทั้งหมด

ทางฝั่ง สุโขทัย ที่ต้องลุ้นคว้าชัยให้ได้ รวมถึงต้องลุ้นผลคู่ สุพรรณบุรี ไม่ให้ชนะ บุรีรัมย์ด้วย  แต่หากเสมอ และ สุพรรณบุรีแพ้ พวกเขาจะรอดตกชั้น เนื่องจากจะมี 32 คะแนนเท่ากัน, เฮดทูเฮดเท่ากัน แต่ผลต่างประตูได้เสีย จะดีกว่าสุพรรณบุรี   เกมนี้สภาพทีมจะมาเต็มสูบ โดยแข้งหลักทั้ง โจเอล ซามี ,จุง เมียง โอห์ ,ณัฐวุธ เจริญบุตร,จอห์น บาจโจ้ และ เออร์วิน เอ็นริเก้ จะพร้อมลงสนามทั้งหมด

สำหรับโปรแกรมคู่อื่นมีดังนี้  (เตะพร้อมกันในเวลา18.00น.) ตราด เอฟซี – เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ,ชลบุรี เอฟซี – ชัยนาท ฮอร์นบิล ,พีที ประจวบ  – ราชบุรี เอฟซี ,แบงค็อก ยูไนเต็ด – พีทีที ระยอง ,การท่าเรือ เอฟซี – สมุทรปราการ ซิตี้

Facebook Comments

Related Articles