สกู๊ป:”สเปอร์ส”5000วัน-กับความหวังชื่อ”คอนเต้”!!!

ดูไฮไลท์ุตบอลฟรี

สเปอร์ส5000วัน

กับความหวังชื่อ”คอนเต้”

            “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เปิดตัว อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลี่ยน เข้ามาคุมทัพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตรงกับวันที่ สเปอร์ส ไม่ได้แชมป์อะไรเลยครบ 5,000 วัน

๐ เปิดตัวพลาด!ใช้ภาษาผิดประเทศ

คอนเต้ วัย 52 ปี เข้ารับงานคุมทัพเป็นทีมที่ 9 ในชีวิต และเป็นทีมที่ 2 ของอังกฤษ โดยจะได้ค่าเหนื่อยจาก “ไก่เดือยทอง” ปีละ 15 ล้านปอนด์ และได้รับการการยืนยันจากสโมสร ที่จะให้งบประมาณในการเสริมทัพช่วงตลาดเปิดเดือนมกราคม ด้วยการมีมูลค่าถึง 150 ล้านปอนด์เลยทีเดียว!

“ผมมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้กลับมาเป็นโค้ชอีกครั้ง และได้ทำงานกับสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่มีความทะเยอทะยานที่จะเป็นตัวเอ้อีกครั้งในวงการฟุตบอล สเปอร์ส มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน, ล้ำสมัย และเป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่ดีที่สุดในโลก”

คอนเต้ บอกต่อว่า ผมแทบรอไม่ไหวที่จะเริ่มทำงานเพื่อสื่อให้ทีมและแฟน ๆ ได้รู้ถึงความนึกคิด และความมุ่งมั่นที่เป็นตัวของตัวเองอยู่เสมอ ทั้งในฐานะผู้เล่นและในฐานะโค้ช ส่วน ซัมเมอร์ที่แล้ว ผมเพิ่งแยกทางกับ อินเตอร์ มิลาน ทำให้มันเร็วเกินไปที่ผมจะรับงานโค้ช มันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แต่ตอนนี้มันได้เวลาแล้ว

“ความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นของ ดาเนี่ยล เลวี่ ที่ต้องการมอบหมายงานนี้ให้ผมได้ทำสำเร็จลุล่วงไปแล้ว เมื่อโอกาสกลับมาแล้ว ผมก็เลือกที่จะรับมันไว้ด้วยความเชื่อมั่นอย่างยิ่ง”

            มีข่าวว่า ที่จริงแล้ว คอนเต้ เรียกเงินค่าเหนื่อยปีละ 10 ล้านปอนด์ แต่ สเปอร์ส ไม่เอาในช่วงซัมเมอร์ ก่อนจะไปเลือก นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต เข้ามาทำงาน และปลดไปหลังจากคุมทัพไปเพียง 17 เกม

            อย่างไรก็ตาม ในการเปิดตัว คอนเต้ ทางโลกออนไลน์ ถือว่าผิดพลาดเล็กน้อยถึงปานกลาง เมื่อมีการเขียนข้อความต้อนรับเป็นภาษาสเปน ก่อนที่ ทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของสโมสรจะรีบลบไป เพราะ คอนเต้ เป็นคนอิตาเลี่ยน!!!

๐ กุนซือคนที่4โยกสิงห์เข้าคุมไก่

            เชลซี กับ สเปอร์ส เป็นคู่ปรับร่วมมหานครลอนดอน แต่ใช้กุนซือร่วมกันในยุคพรีเมียร์ลีก นี่คือรายที่ 4

คนแรกคือ เกล็น ฮ็อดเดิ้ล อดีตมิดฟิลด์เท้าชั่งทองที่เป็นตำนานของ สเปอร์ส เล่นกับทีมนานกว่า 12 ปี ก่อนจะไปเล่นให้ เชลซี และคุมทัพสิงห์บลูส์ ในฐานะเพลเยอร์-เมเนเจอร์ ปี 1993-1996

ก่อนจะมาคุมทัพ สเปอร์ส ปี 2001-2003 ได้รองแชมป์ลีกคัพ ปี 2002 ก่อนจะถูกปลดจากทีม

            คนที่สอง คือ อังเดร วิลลาช-โบอาช ที่คุมทัพ เชลซี ในปี 2011 ก่อนจะถูกปลดออกในวันที่ 4 มีนาคม 2012

มาถึง 3 กรกฎาคมปี 2012 ได้มารับงานคุม สเปอร์ส แต่ถูกปลดออกในวันที่ 16 ธันวาคม 2013 หลังจากแพ้ ลิเวอร์พูล 0-5

            คนที่ 3 ไม่นานมานี้เองนั่นคือ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ประสบความสำเร็จกับ เชลซี ทั้ง 2 ภาค 2004-2007 และ 2013-2015 นั่นคือ 3 แชมป์พรีเมียร์ลีก, 1 แชมป์เอฟเอ คัพ และ 2 แชมป์ลีกคัพ

“จ่ามู”คุมทัพเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2019 แต่ถูกปลด 1 สัปดาห์ก่อนจะชิงลีกคัพ ไปอย่างเจ็บปวดที่สุด

            ขณะที่ คอนเต้ คุม เชลซี ระหว่างปี 2016-18 ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก 2017 และ เอฟเอ คัพ 2018 แต่ถูกปลดจากตำแหน่ง หลังจากจบซีซั่น ซึ่งการเลิกจ้างคอนเต้ และ ทีมงาน เมื่อปี 2018 และค่าใช้จ่ายทางกฏหมาย เป็นจำนวนสูงถึง 26.6 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

๐ รอนาน5,000วัน-แฟนนับหนึ่งเพื่อแชมป์

            การมาของ คอนเต้ สร้างแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้กับสาวกยิด อาร์มี่ เป็นอย่างยิ่ง หลังจากวันเข้ารับตำแหน่ง 2 พฤศจิกายน 2021 เป็นการครบ 5,000 วันพอดี ที่สเปอร์ส ได้แชมป์เป็นครั้งสุดท้าย

            ชัยชนะของพวกเขาหนล่าสุด ต้องย้อนไปเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2008 นับจากพวกเขาครองแชมป์ลีก คัพ ปี 2008 ด้วยการชนะเชลซี 2-1 ในช่วงต่อเวลา

            นักบอลของทีมในวันนั้น เหลืออยู่ 4 คนที่ยังลงเล่นในฐานะนักบอลอาชีพ นั่นคือ แอร่อน เลนน่อน, สตีด มัลบรองค์, ทอม ฮัดเดิลสตัน และปาสคาล ชิมบองด้า

            ทีมใช้นักบอลมา 153 คน และใช้กุนซือรวม 7 คน ก็ยังไม่ถึงฝัน

            จากนั้น สเปอร์ส ไม่ประสบความสำเร็จอะไรใด ๆ อีกเลย แม้จะมีโอกาสเข้าชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะถ้วยใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2019

            เฉพาะปฏิทินปีนี้ พวกเขาใช้ผู้จัดการทีมมากถึง 4 คนด้วยกันนั่นคือ มูรินโญ่, ไรอัน เมสัน, นูโน่ และคอนเต้

๐ จัดทัพต้องอยู่ในโลกแห่งความจริง

            ปัจจุบันโลกออนไลน์ได้ขายฝันขายเฟื่องจนคน”ตีนไม่ติดพื้น”กันมามาก และหนนี้ก็เช่นกัน

มีการจัดทัพแบบละเมอเพ้อพกให้กับ สเปอร์ส ในยุคของ คอนเต้ ซึ่งเราเห็นได้ชัดเจนว่า มันไม่มีทางเกิดขึ้นในได้แน่นอนบนโลกใบนี้

            แต่ถ้าโลกแห่งความฝัน หรือเมตาเวิร์ส (Metaverse) นั่นก็อีกเรื่อง

            สูตรการเล่นคือ “หลังสาม” จะเป็นระบบ 3-4-3 เหมือนตอนคุมเชลซี หรือ 3-5-2 อันเป็นที่เลื่องลือของ คอนเต้ หลังแน่น ๆ วิงดี ๆ และหน้าคู่ ผลงานล่าสุดคือนำ อินเตอร์ มิลาน เป็นแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา

            นาทีนี้ที่มีอยู่ เหมาะที่สุดก็คือ อูโก้ ยอริส เป็นด่านสุดท้าย โดยมี เอริค ดายเออร์, ดาวิซอน ซานเชส และคริสเตียน โรเมโร่ เป็นสามเซ็นเตอร์

            วิงแบ๊กซ้ายคือ เซร์คิโอ เรเกลอน วิ่งแบ๊กขวา คือ เอแมร์ซอน รอแยล

            กลาง 3 คน ปิแอร์ เอมิล ฮอยเบียร์ก, ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่ และโจวานนี่ โล เซลโซ่

            หน้าคู่คือ แฮร์รี่ เคน กับ ซน ฮึง มิน นี่คือ 3-5-2

            แต่ถ้าเป็น 3-4-3 ก็แค่เปลี่ยนกลางออกไปหนึ่งคนแล้วใส่แนวรุกลงมา ลูคัส มูร่า กับ ซน จะขนาบไปด้านข้าง

            นี่คือการสู้ก่อนเข้าตลาด เพราะถ้าเข้าตลาดแล้ว จะซื้อตามชอบใจเลยก็หาใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งที่ คอนเต้ จะได้ทำคืองานถนัดของเขา

            นั่นคือ เขาเป็นคนที่รักษาสมดุลย์ผู้เล่นได้ดี มีจังหวะในการใช้ขุนพลของเขาที่ลงตัว

๐ เรื่องติดลบ-คำถามสำหรับผู้บริหาร

            ตอนนี้ทุกคนดูเหมือนจะ “เชื่อเต้” แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครเชื่อน้ำยา “เลวี่”……..แม้แต่ขนมจีนก็ไม่เชื่อ!!!!

            เลวี่ มีปัญหาต่อเนื่องในการบริหารงาน แต่หลายคนคงลืมไปว่า เขาเป็นกระโถนท้องพระโรง เพราะคนที่กดรีโมทอยู่ข้างหลังคือ โจ ลูวิส

            ถ้าหาก เลวี่ จะเป็นนิสัยหรือไม่ ก็ต้องถามใจ “ป๋าโจ” ด้วยเช่นเดียวกัน

            ขณะเดียวกัน ถ้าจะหาจุดที่น่าประหลาดใจในตัวของ คอนเต้  คงไม่พ้นเรื่องที่เป็นคนอยู่ที่ไหนไม่ได้นาน

การคุมทัพของเขาไม่เคยเกิน 3 ปี มีอยู่ที่เดียวที่นานสุดคือ ยูเวนตุส ในปี 2011-2014

ที่เหลือ คอนเต้ ใช้ชีวิตอยู่น้อยมาก นั่นคือ อเรซโซ่ 2 รอบ ๆ ละปี, บารี่ 2 ปี, อตาลันต้า ปีเดียว, เซียน่า ปีเดียว, อิตาลี 2 ปี, เชลซี 2 ปี และอินเตอร์ อีก 2 ปี

            เหมือนตอนอยู่ เชลซี คุมทัพผ่านไปหนึ่งปี จู่ ๆ ก็จะไม่กลับมาทำงาน

ข้อเสียของเขาคือ “ร่างกายพร้อมปะทะ” และชอบ”ทะเลาะกับคนจ่ายเงิน”, ทะเลาะกับนักบอลตัวเอง พร้อมกับมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีนักผ่านสื่อ

            พฤติกรรมของ คอนเต้ ยังเป็นที่ประจักษ์เฉกเช่นฝีมือ

น่าติดตามว่า รักครั้งนี้ของน้องไก่จะเป็นอย่างไร

จะสงบสุขอย่างที่ใจหวังหรือไม่………

                                                                                    บี แหลมสิงห์

Facebook Comments

Related Articles