สกู๊ป : ครั้งแรกในรอบ11ปีของ”เอลกลาซิโก้”

วันอาทิตย์นี้ เอล กลาซิโก้ หรือ เอล คลาสสิค โคจรมาเจอกันอีกครั้ง ระหว่าง เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า

การต่อกรในเชิงสัญลักษณ์, ศักดิ์ศรี, ความเย่อหยิ่งในชาติพันธุ์ทำให้ใครก็ห้ามกะพริบตา

เพราะความรู้สึกหยิ่งในชาติพันธุ์ของตัวเองมีอยู่ทั่วโลกครับ ผมเชื่อว่าทุกคนเป็น อยู่ที่ว่าท่านจะแสดงออกกันมาในเวลาไหนเท่านั้น

หมายเหตุแห่ง “ชาติพันธุ์” น่าสนใจมากๆ เป็นประเด็นทุกแห่งหนมาโดยตลอด และตอนนี้วงการกีฬากำลังโฟกัสไปที่แผ่นดินของสเปน

เพราะมันจะมีผลชัดเจนหากมีการ “แบ่งแยกดินแดน” หรือว่า “แยกประเทศที่ฮึ้มใส่กันมาโดยตลอด

นั่นคือแคว้นคาตาลันที่หลายคนรู้จัก หรือ คาตาลุนญ่า ในฐานะที่โลกรับรู้ว่าเป็นชนชาว “คาตาโลเนีย”

ที่ต้องการจะแยกออกจาก สเปน

เป็นที่ทราบว่า ทั้งคาตาลัน และ บาสก์ ต้องการ “จะแยก” จากสเปน มานานแล้ว เนื่องจากทั้งสองแคว้นนี้มีภาษา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันเป็นแบบฉบับเฉพาะของตนเองที่ชัดเจน

ทำให้ต้องการมีอิสระในการปกครองตนเองมากขึ้น จากศูนย์กลางของรัฐชาติ ที่กรุงมาดริด

แต่หนนี้ต้องพักไว้ก่อนกับเรื่องราวเหล่านี้ เพราะการเจอกันยกแรกในซีซั่นนี้ ความน่าสนใจหายไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว

มันเป็นความบังเอิญแบบพอดีที่ทั้งสองทีมฟอร์มยังไม่ค่อยน่าไว้วางใจนัก โดยเฉพาะ เรอัล มาดริด ที่ไม่ชนะใครต่อเนื่อง 5 เกมเข้าให้แล้ว

แถมยังยิงประตูใครไม่ได้ยาวนานที่สุดเป็นประวัติศาสตร์สโมสร

ในขณะที่ บาร์ซ่า เอาตัวรอดจากการไร้ชัยในลีกมา 4 เกมติด กลับมาเอาชนะ เซบีญ่า ท่วมท้น 4-2 เมื่อวันเสาร์ แต่ต้องแลกด้วยอาการบาดเจ็บของ ลีโอเนล เมสซี่

คุ้มหรือเปล่าไม่รู้หรอก แต่ที่แน่ ๆ นี่จะเป็นหนแรกในรอบ 11 ปีที่ศึกเอล กลาซิโก้

จะไม่มีทั้ง โรนัลโด้ และเมสซี่!!!!

โรนัลโด้ ย้ายออกไปอยู่กับ ยูเวนตุส เมื่อซัมเมอร์ ขณะที่ เมสซี่ แม้จะยังอยู่แต่ก็ลงไม่ได้ ลำพังเหลือแค่ เมสซี่ คนเดียว ความน่าสนใจก็น้อยลงไปแล้ว ยิ่งมาเป็นแบบนี้

มันน่าคิดว่าแฟนบอลจะให้การตอบรับกับเกมนี้ขนาดไหน

เมื่อสองซูเปอร์สตาร์ตัวเอ้ ระดับท็อปทั้งคู่ไม่อยู่แบบนี้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบแทน และแบกความน่าสนใจเอาไว้บนบ่า

ความคุ้นเคยตรงนี้น่าสนใจมาก ๆ อย่างที่เรียนไว้ว่าเป็น 11 ปีที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนที่จะไม่มีทั้งสองคนลงสนาม

หนสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2007

เอล กลาซิโก้ ที่สนามคัมป์นู ในครั้งนั้น เมสซี่ ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาในปีนั้น ก็ประสบปัญหาบาดเจ็บเช่นเดียวกันกับครั้งนี้ ส่วน โรนัลโด้ ยังคงอยู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นเด็กผี

11 ตัวจริงของเกมนั้นประกอบด้วย บาร์ซ่า : บิคตอร์ บัลเดส, การ์เลส ปูโยล, ราฟาเอล มาร์เกวซ, มิลิโต้, เอริค อบิดัล, ยาย่า ตูเร่, เดโก้, ชาบี เอร์นานเดซ, โรนัลดินโญ่, อิเนียสต้า และซามูแอล เอโต้

เรอัล มาดริด อีเกร์ กาซิยาส, เซร์คิโอ รามอส, เปเป้, ฟาบิโอ คันนาวาโร่, กาเบรียล ไฮน์เซ่, มามาดู ดิยาร์ร่า, เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์, ชูลิโอ บาปติสต้า, โรบินโญ่, ราอูล กอนซาเลซ และรุด ฟาน นิสเตลรอย

ผลสกอร์จบลงที่ เรอัล บุกมาชนะ 1-0 ด้วยประตูชัยของ บาปติสต้า

จากวันนั้นถึงวันนี้ 22 คนที่ลงเป็นตัวจริงเหลือแค่ เซร์คิโอ รามอส ที่ยังคงอยู่ ที่เหลือแยกย้ายกันไปหมดแล้ว

น่าสนใจว่า 11 ปีมีหนเดียว ที่ถือเป็นครั้งแรกที่ไม่มี เมสซี่ กับ โด้ คนใดคนหนึ่งในเอล กลาซิโก้

มันจะระเบิดระเบ้อ หรือบานทะโล่ขนาดไหน!!!!?!?!?!?!?

Comments

comments