”สตีวี่จี”ที่สุดกัปตันในตำนาน-ที่สุดเด็กบ้านของหงส์แดง

MAIN-Steven-Gerrard

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่สุดแล้วประกาศแขวนสตั๊คอย่างเป็นทางการ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2016

บนวัย 36 ปี

เจอร์ราร์ด คือตำนานของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และสร้างสถิติต่าง ๆ มากมายในการลงเล่นให้กับยอดทีมแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ มายาวนานถึง 17 ปีในระดับอาชีพ รวมระยะเวลาถึง 25 ปีเต็ม

สถิติการเล่นกับ ลิเวอร์พูล ของเขานั้นถือว่าท่วมท้นเหลือเกิน

ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล 710 นัด เป็นตัวจริง 647 เกม เป็นกัปตันทีม 470 นัด และยิงได้ 186 ประตู

สถิติหลายสิ่งที่เป็นตัวเลขของ เจอร์ราร์ด ที่น่าสนใจคือ เริ่มเตะให้กับทีมนัดแรกวันที่ 29 พฤศจิกายน 1998, ทำประตูแรกวันที่ 5 ธันวาคม 1999 และลงเล่นนัดสุดท้าย พร้อมกับยิงประตูสุดท้ายให้ทีมในวันเดียวกันคือ 24 พฤษภาคม 2015

การลงเล่นให้ทีมพาทีมชนะ 372 นัด เสมอ 167 และแพ้ 171 มีเปอร์เซ็นต์ชนะ 52.39 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยทำประตูให้กับทีม 3.82 นัด/1 ประตู ในการลงให้ทีมรวม 57,629 นาที และยิงคู่แข่งได้รวม 65 ทีม ในการพบกับทีมต่างๆ 115 ทีม

พร้อมกับเป็นอันดับ 5 ดาวซัลโวสูงสุดของทีม เป็นรองแค่ เอียน รัช, โรเจอร์ ฮันท์, กอร์ดอน ฮอดจ์สัน และ บิลลี่ ลิดเดลล์ เท่านั้น

คนที่ลิเวอร์พูล ลงมติกันว่า หากจะนับ “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแอนฟิลด์” จะมี บิลล์ แชงคลี่ย์, บ็อบ เพสลี่ย์, เคนนี่ ดัลกลิช และอีกหนึ่งชื่อคือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

123 ปี ของสโมสร มีนักเตะท้องถิ่นมาอยู่ในทีมากมาย แต่ไม่มีใครจะเป็นเด็กบ้านได้ดีเท่ากับ สตีวี่จี อีกแล้ว

steven_gerrard_wallpaper_by_saulfckeni-d8c9o1c

470 นัด ในการเป็นกัปตันทีมนี่ถือว่า ไม่ธรรมดา

เด็กที่เกิดที่วิสตัน และเตะฟุตบอลที่ฮายตัน ก่อนจะมาดังที่แอนฟิลด์

พร้อมกับสร้างปรากฏการณ์การมากมาย โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์สุดท้าย สินค้าที่เกี่ยวกับ เจอร์ราร์ด ทั้งของสโมสรหรือแฟนซีนประดามีขายหมดเกลี้ยงเรียบในพริบตา

แม้กระทั่ง “หนังสือแมทช์เดย์” เกมสุดท้ายของ เจอร์ราร์ด ณ แอนฟิลด์ ขายหมดตั้งแต่บอลยังไม่เตะ แถมยังมีการพิมพ์ใหม่ เพราะเป็นที่ต้องการของแฟนฟุตบอลอย่างมาก

เจอร์ราร์ด ทิ้งท้ายเอาไว้ในการเขียนจดหมายส่งสารไปยังแฟนฟุตบอลกับ “ลิเวอร์พูล เอ๊คโค่” ว่า นี่คือบ้านของผมและผมรักเมืองแห่งนี้ แต่ผมเชื่อว่าถึงเวลาเหมาะสมแล้วในการเริ่มต้นบทบาทใหม่จากการที่ผมเตรียมย้ายไป อเมริกา ในอนาคตผมหวังได้รับโอกาสในการกลับคืนมาและรับใช้สโมสรอีกครั้งในวันหนึ่งข้างหน้า ผมคิดว่าผมสามารถรับบทบาทหน้าที่บางอย่างได้ในอนาคต

“ขอขอบคุณแฟนบอล สำหรับการสนับสนุนที่มอบให้กับผมมาโดยตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา คุณช่วยเหลือผมในการเติมเต็มความฝันของผมครั้งแล้วครั้งเล่า และมอบความทรงจำที่ผมจะไม่มีวันแลกเปลี่ยนกับสิ่งอื่นแน่นอน แล้วผมจะกลับมาอีกครั้ง”

ตอกย้ำกับคำว่า “เดี๋ยวพบกันใหม่” ไม่ใช่คำว่า “ลาจาก” นับตั้งแต่ประกาศยุติเส้นทางค้าแข้งกับทีมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

น่าสนใจก็คือ บรรยากาศการเป็น “ทีมที่มีจิตวิญญาณ” ของลิเวอร์พูล จะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อหนึ่งในจิตวิญญาณสำคัญในยุคนี้ ค.ศ.นี้ได้เดินจากไป โดยไม่มี “จิตวิญญาณ” จากเด็กท้องถิ่นก้าวขึ้นมาทดแทนแบบลงตัว

เพราะนับง่ายๆ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ลิเวอร์พูล ไม่เคยขาดนักเตะท้องถิ่นในทีมชุดใหญ่

ดังนั้นการอำลาทีมครั้งนั้น มันคือตำนานตลอดไป เพราะนักเตะแบบนี้ไม่เคยมีให้เห็น กับเด็กท้องถิ่นผู้กุมชะตา และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของทีม แต่สิ่งที่เราไม่อาจต้านได้ก็คือสัจธรรม

การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์…..

B2_opt(31) B3_opt(25)

ตอนนั้นผมอยูที่อังกฤษ ฟ้าสวยๆ ในเมืองลิเวอร์พูล ที่มีลมแรงสลับกับฝนตกแบบไม่มีปี่ขลุ่ย มีจะบอกอะไรหลายๆ อย่างให้จดจำและคร่ำคิดว่า อนาคตของกัปตันในตำนานจะไปอยู่ตรงไหน และที่สุดแล้ววันนี้ได้รับคำตอบแล้วว่า เขาจะเลิกเล่น

สำหรับการคว้าแชมป์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ประกอบด้วย แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย ในปี 2001 และ 2006, แชมป์ลีกคัพ 3 สมัย ปี 2001, 2003 และ 2012, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2005, แชมป์ยูฟ่า คัพ 2001, แชมป์ซูเปอร์คัพ 2001, แชมป์คอมมิวนิตี้ชิลด์ 2006 นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลส่วนตัวอีกถึง 40 รายการ

ส่วนการไปเล่นให้ แอลเอ แกแล็คซี่ เขาลงไป 38 นัด ยิงได้ 5 ประตู และติดทีมชาติอังกฤษ รวมทั้งสิ้น 114 นัด ยิงได้ 21 ประตู

เป็นนักฟุตบอลคนเดียวที่ทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศทั้ง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า คัพ, เอฟเอ คัพ และลีกคัพ

 

บี แหลมสิงห์

Comments

comments