สถิติน่าสนใจ!ก่อนดูชิงดำยูโร”สิงโต”ดวล”อัซซูรี่”

อังกฤษ (6 เกม ชนะ 5 เสมอ 1 ยิงได้ 10 เสีย 1)

๐ อังกฤษ เข้าชิงชนะเลิศในรายการยูโรเป็นครั้งแรก และเป็นการเข้าชิงในรายการทัวร์นาเมนท์ระดับเมเจอร์เป็นหนที่สองหรือในรอบ 55 ปี ต่อจากฟุตบอลโลก 1966 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพและคว้าแชมป์ไปครองด้วยการต่อเวลาพิเศษเอาชนะ เยอรมนีตะวันตก 4-2 จากแฮตทริกของ เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์สท์

๐ แฮร์รี่ เคน ยิงในรายการระดับเมเจอร์ไปแล้ว 10 ประตู (ฟุตบอลโลก และยูโร) ทำสถิติเทียบเท่ากับ “มิสเตอร์ ไนซ์ กาย” แกรี่ ลินิเกอร์ หากยิงได้ในเกมนี้จะแซงทันที

๐ นอกจากนี้การลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศกับ อิตาลี จะทำให้ แฮร์รี่ เคน ลงเล่นในศึกชิงแชมป์ยุโรปรอบสุดท้ายมากที่สุด เทียบเท่ากับ แกรี่ เนวิลล์ ที่ทำเอาไว้ 11 เกม (1996, 2000 และ 2004)

อิตาลี (6 เกม ชนะ 6 (ต่อเวลา 1) (จุดโทษ 1) ยิงได้ 12 เสีย 3 ) สร้างโอกาสทำประตู 93 ครั้ง

๐ อิตาลี เป็นแชมป์รายการนี้ 1 สมัยในปี 1968 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ ในเกมนัดชิงชนะเลิศต้องเล่นสองนัด เพราะเกมแรกต่อเวลาแล้วเสมอกับ ยูโกสลาเวีย 1-1 ก่อนจะมีการรีแมทช์อีกครั้ง คราวนี้ชนะ 2-0 ได้ประตูจาก ลุยจิ รีว่า หัวหอกระดับตำนานของ กายารี่ และปีเอโตร อนาสตาซี่ ดาวยิงจากยูเวนตุส

๐ หลังจากนั้น อิตาลี เข้าชิงรายการนี้อีก 2 ครั้ง ในปี 2000 ที่เบลเยี่ยม และเนเธอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพ เจอกับฝรั่งเศสออกนำก่อนจาก มาร์โก เดลเว็คคิโอ้ แต่มาโดน ซิลแวงต์ วิลตอร์ ยิงตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 90+4 ต้องต่อเวลาพิเศษ และมาถูก ดาวิด เทร์เซเกต์ ยิงประตูสุดสวยกลายเป็น “โกล เด้น โกล” ให้ฝรั่งเศสพลิกแซงเอาชนะไปได้ 2-1

๐ การเข้าชิงในศึกยูโรอีกครั้งของ อิตาลี คือในปี 2012 ในยุคที่ เซซาเร่ ปรันเดลลี่ คุมทีมต้องดวลกับ “กระทิงดุ” สเปน ที่เจอกันมาแล้วในรอบแบ่งกลุ่มตอนนั้นเสมอกันไป 1-1 แต่ทว่านัดชิงกลายเป็น สเปน ที่ถล่ม อิตาลี ไปแบบหมดรูป 4-0 น้ำตาของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ไหลนอง ทำให้การเข้าชิง 2 หนหลัง อกหักทั้งหมด

คู่ปะทะ อิตาลี – อังกฤษ

๐ ทั้งสองทีมเจอกันในทุกรายการมาแล้ว 27 ครั้ง อังกฤษ ชนะ ได้ 8 เสมอ 8 และอิตาลี ชนะ 11   

๐ ส่วนการเจอกันในรายการระดับเมเจอร์ (ฟุตบอลโลก และยูโร) นับเฉพาะรอบสุดท้ายเจอกันมาแล้ว 4 ครั้ง

  • ยูโร 1980 รอบแบ่งกลุ่มอิตาลีเอาชนะไปได้ 1-0 ที่ ตูรินจากประตูชัยของ “ไอ้ม้าเหล็ก” มาร์โก ทาร์เดลลี่ ทำให้อังกฤษ ตกรอบแรก ส่วน อิตาลี ไปแพ้การดวลจุดโทษให้ เช็กโกสโลวาเกีย 8-9
  • ชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 1990 ที่ ซาน นิโคล่า ในบารี่ อิตาลี เจ้าภาพเฉือนเอาชนะไปได้ 2-1 จากสองประตูของ “เทพบุตรเปียทองคำ” โรแบร์โต้ บาจโจ้ และ “โตโต้” สคิลลาซี่   
  • หนที่ 3 เป็นเกมรอบ 8 ทีมฟุตบอลยูโร 2012 ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม เคียฟ ประเทศยูเครน เสมอกันในเวลาปกติ 0-0 ต่อเวลาก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายต้องดวลเป้า เป็นอิตาลี ที่เอาชนะไปได้ 4-2 อันเดรีย ปีร์โล่ ยิงแบบพาเนนก้าใส่ โจ ฮาร์ท
  • หนล่าสุดเกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ในรอบแบ่งกลุ่ม อิตาลี ก็ชนะไปได้อีก 2-1 เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ้ ยิงไกลสุดสวย ก่อนที่อังกฤษจะไล่ตามตีเสมอจาก “เต้ยโศก” แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และมาริโอ บาโลเตลลี่ มาโขกประตูชัยในช่วงต้นครึ่งหลัง
  • เท่ากับว่าการเจอกัน 4 ครั้งในรายการเมเจอร์ อังกฤษ แพ้ให้กับ อิตาลี มาตลอด มีเสมอเกมเดียว 0-0 แต่ก็ไปแพ้ในช่วงการดวลจุดโทษ

๐ ฟาบิโอ คาเปลโล่ คือกุนซือคนเดียวที่เป็นชาวอิตาลี ที่เคยคุมทีมชาติอังกฤษในช่วงปี 2008-2012 มีสถิติ ชนะ 28 เสมอ 8 แพ้ 6 จาก 42 เกม แต่ไม่ประสบความสำเร็จอะไร ดีที่สุดคือรอบ 16 ทีมในศึกฟุตบอลโลก 2010

ผู้ตัดสินในเกมนี้

๐ บียอร์น ไคเปอร์ (เนเธอร์แลนด์) สถิติตามภาพ ประวัติส่วนตัว อายุ 48 ปี ถูกยกให้เป็นผู้ตัดสินฟุตบอลที่รวยที่สุดในโลก เรียนจบด้านการบริหารธุรกิจจาก มหาวิทยาลัยแรดโบด์ เมืองไนจ์เมเก้น มีการเปิดเผยว่าเขามีทรัพย์สินรวมมูลค่า 11.5 ล้านปอนด์ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งซูเปอร์มาเก็ตดังอย่าง “Jumbo” นอกจากนี้ยังมีธุรกิจร้านเสริมสวย หลายแห่งให้บริการใน โอลเดนซาล์ เมืองเกิดของเขา โดยมีคุณที่พ่อเคยเป็นผู้ตัดสินระดับสมัครเล่น เป็นแรงบันดาลใจให้เลือกทำอาชีพนี้ ที่สำคัญเคยเป่าเกมระหว่าง อังกฤษ กับอิตาลี มาแล้วในศึกฟุตบอลโลกเมื่อปี 2014 วันนั้น อิตาลี เฉือนเอาชนะไปได้ 2-1

3 เกมที่ลงตัดสินในยูโร 2020

เดนมาร์ก 1-2 เบลเยี่ยม (4 ใบเหลือง)

สโลวะเกีย 0-5 สเปน (4 ใบเหลือง 1 จุดโทษ)

สาธารณรัฐเช็ก 1-2 เดนมาร์ก (2 ใบเหลือง)

คีย์แมน

อิตาลี: มาร์โก แวร์รัตติ 4 เกม 2 แอสซิสต์ 12 คีย์พาส

อังกฤษ: ราฮีม สเตอร์ลิ่ง 6 เกม 3 ประตู 1 แอสซิสต์ 18 เลี้ยงหลบ   

Facebook Comments

Related Articles