สังหารหมู่เวกัสเลวร้ายสุดประวัติศาสตร์-แฉ!พกปืนครึ่งประเทศ

Las Vegas Shooter

สำนักข่าว CNN เปิดเผยข้อมูลสุดตะลึง พบว่า ชาวอเมริกัน จำนวน  4 ใน 10 คน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์สูงถึง 42 % ด้วยกัน โดยทั้งหมดคุ้นเคยกับการมีอาวุธปืนไว้ในบ้าน

จากเหตุการณ์เศร้าสลด เมื่อ สตีเฟน แพดดอค วัย 64 ปี ใช้อาวุธปืนกราดยิงจากชั้น 32 ใส่ผู้คนที่กำลังชมการแสดงคอนเสิร์ตในวันสุดท้ายของเทศกาลดนตรีรูท 91 ฮาร์เวสต์เฟสติวัล ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ในเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดาของสหรัฐ ทำให้ผู้คนที่กำลังยืมชมคอนเสิร์ตจำนวนกว่า 22,000 คน ต่างแตกตื่นตกใจ ต่างหมอบลงกับพื้นและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

Reported-Shooting-At-Mandalay-Bay-In-Las-Vegas.jpeg.CROP.promo-xlarge2

ซึ่ง รัฐเนวาด้า ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหลังเหตุกราดยิงที่ลาสเวกัส ซึ่งยอดรวมผู้เสียชีวิตมากถึง 59 ราย และบาดเจ็บอีกถึง 520 คน โดย ตำรวจลาสเวกัส ได้เข้าไปตรวจค้นบ้านพักของมือปืนคนดังกล่าว พบปืน 23 กระบอกในห้องพักที่โรงแรม, ปืนอีก 18 กระบอกที่บ้าน และสารประกอบระเบิดในรถ

DLLix2KUIAAUcDM

ในส่วนของ “วอชิงตัน โพสต์” เปิดเผยว่า พ่อของ สตีเฟ่น เป็น 1 ใน 10 คน ที่อยู่ในกลุ่มโจรปล้นธนาคารที่ FBI ต้องการตัวมากสุดปี 1960 ส่วนน้องชายของสตีเฟ่น เผยข้อมูลอีกมุมหนึ่งว่า พี่ชายของเขาเป็นนักพนันตัวยง ชอบใช้ชีวิตในบ่อน

รายงานดังกล่าว ระบุด้วยว่าร พลเมืองอเมริกาครอบครองอาวุธปืนมากที่สุดในโลก สถิติชี้ว่าใน 100 คนอเมริกันจะมีปืน 88.8 กระบอกเลยทีเดียว

ทั้งนี้เหตุการณ์ใช้ปืนสังหารหมู่คนครั้งนี้ ถือว่าร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา นับตั้งแต่ปี 1949 เป็นต้นมา ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว หรือ 2016 มีการสังหารที่ไนท์คลับเมืองออร์แลนโด้ มีผู้เสียชีวิต 49 ราย, ปี 2007 ที่มหาลัยเวอร์จิเนียเทคในรัฐเวอร์จิเนีย เสียชีวิต 32 ราย, ปี 2012 โรงเรียนประถมแซนดีฮุก เมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนตทิคัต เสียชีวิต 27 ราย และปี 1991 ร้านอาหารลูบี้ส์ เมืองคิวทีน รัฐเท็กซัส เสียชีวิต 23 ราย

ทั้งนี้ชาวอเมริกัน ร้อยละ 55 ต้องการให้ออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนให้เข้มงวดมากขึ้น  #LasVegasShooting

Comments

comments