เกิดอะไรขึ้นบ้างในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกนัดที่6?

บทสรุปพรีเมียร์ลีกอังกฤษนัดที่6

            ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จบนัดที่ 6 ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังเป็นจ่าฝูงด้วยสถิติชนะทุกนัดที่ลงสนาม หลังจากเกมล่าสุดบุกไปสยบ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ถึงถิ่นเดอะ บริดจ์ 2-1 ขณะที่ “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด แพ้เป็นเกมที่ 2 ในซีซั่นนี้ด้วยน้ำมือของ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม 0-2 โดยบทวิเคราะห์หลังเกมทั้งหมดมีดังนี้

๐ จ่าฝูงผู้ร้อนแรงทำสถิติใหม่พรีเมียร์

ลิเวอร์พูล ยังนำจ่าฝูงต่อไปด้วยสถิติที่น่าสนใจ นั่นคือสตาร์ทชนะ 6 เกมรวด 2 ซีซั่นติดต่อกันเป็นทีมแรกในยุคพรีเมียร์ลีกที่ทำได้

โฌแอล มาติ๊ป ยกระดับตัวเองขึ้นมาอย่างน่าสนใจ เช่นเดียวกับความเร็วของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทุกคนทำได้ดี อีกทั้งนายประตูสำรองอย่าง อาเดรียน ช่วยเซฟสำคัญให้กับทีมอีกครั้งในการหยุดลูกยิงของ แทมมี่ อบราฮัม หากเกมตอนนั้นออกมา 1-1 โมเมนตั้มอาจจะเปลี่ยน และ VAR มีส่วนสำคัญที่ทำให้สกอร์จะเสมอ แต่กลายมาเป็น 2-0 ในอีก 3 นาทีต่อมา

สำคัญก็คือ โรเบิร์ตสัน การตัดสินใจปิด”ทวิตเตอร์”เพื่อสยบทุกสิ่ง แล้วใช้ผลงานในสนามศอกกลับอันธพาลคีย์บอร์ด เป็นอีกครั้งที่ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว

เป็นความเงียบที่ดังที่สุดในโลก….ความสงบสยบเอเวอรี่ติง

๐ “แชมป์เก่า”กับบุคลิกที่เปลี่ยนไป

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า กลับมาคืนฟอร์มถลุง วัตฟอร์ด แหลกคาแข้ง 8-0

อย่างไรก็ตาม ในชัยชนะตรงนี้ มีจุดหนึ่งก็คือ ทำไมเกมของ ซิตี้ ไม่ต่อเนื่อง นึกจะแพ้ก็แพ้ นึกจะถล่มก็ถล่ม คือจุดต่างจากซีซั่นก่อนชัดเจนที่เหมือนกับว่า ล็อคสกอร์ได้ทุกเกม

อีกทั้งปัญหาแนวรับตอนนี้ยังไม่เปิด เมื่อกลางกับหน้ายังปิดแผลได้ทั้งหมด ที่สำคัญก็คือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือดูเหมือนจะไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน แต่กลับเลือกเล่นกับสื่อมากกว่า

๐ “เชลซี”ไร้ชัยในบ้าน-แต่แฟนบอลแฮปปี้

เชลซี ยังต้องรอชัยชนะในเดอะ บริดจ์ ยุคของ แฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ ต่อไปอีกนัด

อย่างไรก็ตามกองเชียร์ประทับใจในการเล่น ปรบมือสนั่นหลังจบเกมแม้จะแพ้ นั่นเป็นเพราะ แลมพาร์ด ทีม ทำหน้าที่ได้ดีทั้งการปรับแผนให้สมดุลย์ไปตามเกม และการได้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ฟิตกลับมาทำให้แฟนบอลอุ่นอกอุ่นใจได้อีกเยอะ

ประเด็นที่น่าห่วงก็คือ เงื่อนไขของเวลาที่ แลมพาร์ด จะได้ทำงาน และการเล่นเกมรับของทีมที่สลับสับเปลี่ยนไปหลายคน แถม อันเดรส คริสเตนเซ่น ก็มาบาดเจ็บไปอีกราย คือสิ่งที่เป็นปัญหายิ่งกว่าฟอร์มการเล่นของทีมโดยรวม

Manchester United’s Scott McTominay salutes supporters at at the end of the English Premier League soccer match between West Ham and Manchester United at London stadium in London, Sunday, Sept. 22, 2019. West Ham beat Manchester United 2-0. (AP Photo/Leila Coker)

๐ “ผีแดง”ไร้ผู้นำ-แผนที่เต็มไปด้วยปัญหา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่มีเครื่องหมายคำถามอย่างที่สุด เมื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตัวเลือกน้อยเกินไป และต้องแก้ไขปัญหาที่มีมาทุกนัด และเหมือนกับจะยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ็บไปอีกคน จำเป็นถึงกับต้องดัน เจสซี่ ลินการ์ด ขึ้นไปเป็นตัวบนสุด แฟนบอลยังงงๆปนเข้าใจกับสถานการณ์ว่าจะต้องแก้ปัญหา แต่ ลินการ์ด ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับตำแหน่งตัวเองเลย

ผู้เล่นดาวรุ่งหลายคนยังไม่ถึงระดับ แต่กลับถูกผลักภาระให้ นักเตะชุดใหญ่มีความห่างกันเกินไป โดยเฉพาะรอยต่อระหว่างบอลสมัยเก่า กับสมัยใหม่ ไม่สามารถชงให้มันลงตัว

ผู้นำในแดนกลางและแดนหน้าไม่มี นี่คือปัญหาใหญ่สุด ๆ พอ ๆ กับการบริหารงานตอนนี้ของตระกูลเกลเซอร์รุ่นลูก และเอ๊ด วู้ดเวิร์ด นั่นแหละ

๐ พิษวีเออาร์เล่นงานไก่ที่ยังไม่มีมิติ

“ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส พลาดพ่ายอีกครั้ง หลังจากกำลังจะขึ้นนำ เลสเตอร์ 2-0 กลายเป็นโดนริบประตูจาก VAR ที่ว่ากันว่า มันไม่กี่มิลลิเมตร แต่…..

แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ……ล้ำกี่มิลก็ต้องล้ำ

กฎบางอย่างคนชอบมีไว้แหก แต่กฎฟุตบอลเมื่อมันมาอย่างนี้ก็ต้องไปอย่างนั้น และย้ำกันอีกทีเพราะบางคนทุกวันนี้ยังด่ากรรมการกันเละเลยในทุกกรณี ย้ำนะครับว่า ทุกกรณี

กรรมการ ที่วิ่งในสนามไม่มีสิทธิ์เรียกดู วีเออาร์ ได้….ต้องรอทาง”บนห้องวีเออาร์” เป็นคนจัดแจงนะครับ เพราะฉะนั้นแบ่ง ๆ กันไปด่าพวกนั่งอยู่ในห้องกันบ้าง

สุดท้ายกลับมาแพ้ 1-2 กลายเป็นทุกคนมาทบทวนแผนของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ว่า อะไรยังไง เหมือนเดิมทุกประการเกินไปหรือไม่ ขนาดทีมใหญ่ขึ้นมาหน่อย ถึงกับจัดสรรไม่ลงตัวเลยล่ะหรือ…..

Arsenal’s Nicolas Pepe, second right, scores from the penalty spot during the English Premier League soccer match at the Emirates Stadium, London, Sunday Sept. 22, 2019. (Steven Paston/PA via AP)

๐ “กันเนอร์ส”10คนพลิกยึดอันดับ4

อาร์เซนอล ยังคงเสียประตูง่ายเกินไป และเสียใบแดงแบบไม่ควรจะต้องทำแบบนั้นของ เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ แต่พวกเขากลับมาชนะได้ เมื่อ แอสตัน วิลล่า ก็เสียประตูง่ายเช่นเดียวกัน

กรานิต ชาก้า โดนแฟนบอลในถิ่นตัวเองโห่ยับ หลังจากนัดก่อนดันไปบอกว่า “กลัววัตฟอร์ด” แต่ อูไน อเมรี่ โดดป้องเป็นที่เรียบร้อยว่า ชาก้า คือนักเตะที่สำคัญที่สุดลำดับต้น ๆ ของเรา

นัดหน้าจะเร้าใจขึ้นไปอีกเมื่อ ต้องดวลกับ แมนฯยูไนเต็ด

                                                                                    บี แหลมสิงห์

อันดับคะแนนพรีเมียร์ลีก หลังจบนัดที่ 6

อันดับ   ทีม                    แข่ง      ชนะ      เสมอ     แพ้        ได้         เสีย       +/-        แต้ม

1          ลิเวอร์พูล           6          6          0          0          17        5          12        18

2          แมนฯซิตี้           6          4          1          1          24        6          18        13

3          เลสเตอร์ ซิตี้       6          3          2          1          8          5          3          11

4          อาร์เซนอล         6          3          2          1          11        10        1          11

5          เวสต์แฮม           6          3          2          1          8          7          1          11

6          บอร์นมัธ            6          3          1          2          11        10        1          10

7          สเปอร์ส             6          2          2          2          12        8          4          8

8          แมนฯยูไนเต็ด    6          2          2          2          8          6          2          8

9          เบิร์นลี่ย์             6          2          2          2          8          7          1          8

10        เชฟฯยู               6          2          2          2          7          6          1          8

11        เชลซี                 6          2          2          2          12        13        -1         8

12        คริสตัล พาเลซ   6          2          2          2          4          7          -3         8

13        เซาแฮมป์ตัน      6          2          1          3          6          9          -3         7

14        เอฟเวอร์ตัน       6          2          1          3          5          9          -4         7

15        ไบรท์ตัน            6          1          3          2          5          8          -3         6

16        นอริช ซิตี้           6          2          0          4          9          14        -5         6

17        นิวคาสเซิ่ล         6          1          2          3          4          8          -4         5

18        แอสตัน วิลล่า    6          1          1          4          6          9          -3         4

19        วูล์ฟแฮมป์ตัน    6          0          4          2          7          11        -4         4

20        วัตฟอร์ด            6          0          2          4          4          18        -14       2

Facebook Comments

Related Articles