เลือกข้างชิงบอลโลก”ฝรั่งเศสvsโครเอเชีย” by “บีแหลมสิงห์”

การแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 21 หรือ “รัสเซีย 2018” เดินทางมาถึงนัดชิงชนะเลิศ ในวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคมนี้ เวลา 22.00 น.ที่สนามลุซห์นิกี้ สเตเดี้ยม กรุงมอสโก ระหว่าง “ไก่ทองคำ” ทีมชาติฝรั่งเศส เจ้าของแชมป์โลก 1 สมัย ปี 1998 พบกับ “เพชฌฆาตตาหมากรุก” ทีมชาติโครเอเชีย ที่เข้าชิงแชมป์เป็นสมัยแรก ถ่ายทอดสดผ่านทาง 3 ช่องฟรีทีวี ประกอบด้วย ททบ 5 ช่อง 1,ทรูโฟร์ยู ช่อง 24, อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 และเปย์ทีวีทาง ทรูวิชันส์ 668

            ความพร้อมในการลงเล่นนัดสำคัญนัดนี้ ฝรั่งเศส ผลงานรอบแรกเป็นแชมป์กลุ่ม ซี เริ่มจากชนะ ออสเตรเลีย 2-1 ต่อด้วยการปราบ เปรู 1-0 และเสมอกับ เดนมาร์ก 0-0 จากนั้นในรอบ 2 บด อาร์เจนติน่า ดุเดือด 4-3 และมาเช็คบิล อุรุกวัย 2-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนจะเชือด เบลเยี่ยม 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ ส่งผลให้พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวจากกลุ่มทีมเต็งแชมป์ที่ทะลุชิงได้สำเร็จ

            “ไก่ทองคำ” เข้าชิงเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ ก่อนหน้านี้ชนะ บราซิล 3-0 ครองแชมป์โลก ปี 1998 แต่ในปี 2006 ชวดแชมป์หลังจากแพ้จุดโทษ อิตาลี 4-5 หลังจากเสมอกันใน 120 นาที 1-1 เกมนี้ ดีดิเยร์ เดส์ชองป์ เซเล็คซินยอนเนอร์ของทัพเลส เบลอส์ ไม่มีปัญหาการจัดทัพ โดยจะยึดตัวผู้เล่นจากเกมก่อนลงเล่นเหมือนเดิม นำโดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้, อองตวน กรีซมันน์ และเอ็นโกโล่ ก็องเต้

          ทางด้าน โครเอเชีย ถือเป็นม้ามืดตัวจริงเสียงจริงของรายการนี้ ด้วยการคว้าแชมป์ กลุ่ม ดี เริ่มต้นเส้นทาง รอบแรก ชนะ ไนจีเรีย 2-0, ชนะ อาร์เจนติน่า 3-0, ชนะ ไอซ์แลนด์ 2-1 จากนั้นในรอบ 2 เสมอ เดนมาร์ก 1-1 ก่อนดวลเป้าชนะจุดโทษ 3-2 เข้ารอบ 8 ทีม เสมอ รัสเซีย 1-1 ต่อเวลาก็เสมอกันอีก 2-2 และชนะจุดโทษ 4-3 มาถึงรอบรองชนะเลิศ ก็ต้องออกแรงถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ 3 เกมติด เมื่อเสมอกับ อังกฤษ 1-1 ก่อนจะชนะในช่วงต่อเวลา 2-1

            “เพชฌฆาตตาหมากรุก” เข้าชิงได้สำเร็จทั้งที่เพิ่งเป็นสมาชิกฟีฟ่าเพียง 25 ปีเท่านั้น และเคยสร้างผลงานเข้าถึงรอบรองชนะเลิศมาแล้ว เมื่อปี 1998 เกมนี้ ซลัทโก้ ดาลิช กุนซือ รอทดสอบความฟิตของ ลูก้า โมดริช กัปตันทีมคนสำคัญ ที่มีอาการกล้ามเนื้อล้า และมาริโอ มานด์ซูคิช หัวหอกตัวสำคัญที่ต้นขาอักเสบ แต่คาดว่าจะลงเล่นได้ทั้งหมด เพื่อล่าแชมป์สมัยแรก โดย อีวาน ราคิติช ห้องเครื่องตัวเก่ง กล่าวแบบมั่นใจว่า การลงสนามหนนี้คือประชากรของประเทศเรากว่า 4 ล้านคนเป็นหนึ่งเดียว พร้อมกับเชื่อว่า ทั่วโลกเชียร์โครแอต มากกว่า ฝรั่งเศส

 

          สถิติการพบกันของคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งนี้ ปรากฏว่า ฝรั่งเศส เหนือกว่า โครเอเชีย แบบบานตะไท หลังจากพบกันมาทั้งหมด 5 นัด ฝรั่งเศส ชนะได้ถึง 3 นัด เสมอ 2 และไม่เคยแพ้แม้แต่เกมเดียว เริ่มจากบอลโลก ปี 1998 รอบรองชนะเลิศ ฝรั่งเศส ชนะ 2-1, นัดที่ 2 เกมอุ่นเครื่องปี 1999 ฝรั่งเศส ชนะ 3-0, นัดที่ 3 อุ่นเครื่องปี 2000 ฝรั่งเศส ชนะ 2-0, นัดที่ 4 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2004 เสมอกัน 2-2 และเกมล่าสุดอุ่นเครื่องปี 2011 เสมอกัน 0-0

            กรรมการในเกมนี้คือ มร.เนสเตอร์ ฟาเบียน พิตาน่า เปาวัย 43 ปีจากประเทศอาร์เจนติน่า ที่ตัดสินฟุตบอลโลก เป็นสมัยที่ 2 โดยฟุตบอลโลกครั้งนี้ลงตัดสินไปแล้ว 4 เกม ประกอบด้วย นัดเปิดสนาม รัสเซีย ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 5-0, เม็กซิโก แพ้ สวีเดน 0-3, รอบ 2 โครเอเชีย ยิงจุดโทษชนะ เดนมาร์ก 1-1 และรอบ 8 ทีม ฝรั่งเศส ชนะ อุรุกวัย 2-0 พิตาน่า เคยเป็นอดีตนักแสดง และเป็นครูสอนยิมนาสติคในปัจจุบันอีกด้วย

          ขณะที่ทีมผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือไลน์แมน 2 คนคือ เอร์นาน ไมดาน่า กับ ฮวน ปาโบล เบแล็ตติ จากอาร์เจนติน่าทั้งคู่, ผู้ตัดสินที่ 4 บยอร์น ไคเปอร์ส จากเนเธอร์แลนด์, ผู้ช่วยผู้ตัดสินสำรอง เออร์วิน เซนส์ตร้า จากเนเธอร์แลนด์ ในส่วนผู้ตัดสินที่ควบคุมวีเออาร์ คือ มัสซิมิลิอาโน่ อิร์ราติ จากอิตาลี โดยมีผู้ช่วยคือ เมาโร่ วิเกลียโน่ จากอาร์เจนติน่า, คาร์ลอส แอสโตรซ่า จากชิลี และแดนนี่ มัคเคลี่ จากเนเธอร์แลนด์

           ทิศทางของเกม : ทั้งสองทีมแตกต่างกันพอสมควรในสไตล์การเล่น แม้จะยืนเหมือนกันเปี๊ยบคือ 4-2-3-1 แต่ตัวหลังกองหน้าทำหน้าที่กันคนละแบบ ความแตกต่างของเกมนี้จะเกิดขึ้นจากคุณภาพของนักบอลเอง นั่นหมายว่า มันจะมาจากจังหวะการเล่นโดยตรงจากผู้เล่นตรงนั้น การฉกฉวยโอกาสจะนำพาไปมากกว่าการเล่นแบบชนแบบตรง ๆ เพราะคู่นี้ทันกันหมด

           สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ การเข้ารุมแย่งบอลของฝรั่งเศส กับการเอาตัวรอดของพวกโครแอตที่ถนัดมาก ๆ กับงานแบบนี้ ประเด็นคือ งานของ มาริโอ มานด์ซูคิช จะหนักมาก เพราะคนที่จะเติมขึ้นมาช่วยมีด่านสำคัญอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ นั่นหมายความว่า หากจะได้ประตู พวกโครแอต จะต้องเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกก้าว เนื่องจากแนวรับรุ่นกระทงของฝรั่งเศส มีความคล่องตัวสูง ดังนั้นต้องใช้ประโยชน์ของ อีวาน เปริซิซ ให้มากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึง อันเต้ เรบิช จะชนอย่างเดียวไม่พอ ต้องชนอย่างฉลาดด้วย

           ขณะเดียวกัน แผงรุกของฝรั่งเศส ความน่าสนใจอยู่ที่ อองตวน กรีซมันน์ เขาจะนิ่งพอหรือไม่กับการออกบอล และเข้าไปต่อจังหวะที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ชนให้ เพราะเกมนี้เชื่อว่า โฟกัสแนวรับโครแอต จะไปอยู่ที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เป็นลำดับแรก ดังนั้นตัวกำหนดชะตาเกมของฝรั่งเศส ต้องเป็น กรีซมันน์ เพราะคนอื่น ๆ โดยเฉพาะ แบลส มาตุยดี้ อีกหนึ่งผู้ปิดทองหลังพระ พร้อมจะทำงานเพื่อให้ กรีซมันน์ มีพื้นที่ในการเล่น

           ลงท้ายไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทั้งคู่เหมาะสมกับการเป็นแชมป์โลก แต่ด้วยเหตุผลแห่งฟุตบอล ขอเลือกไปที่ ฝรั่งเศส ที่ครบเครื่องกว่า

          คำตัดสิน : เลือกข้าง”ตราไก่”

บี แหลมสิงห์

ติดตามฟังการวิเคราะห์วิจารณ์ นัดชิงชนะเลิศ ที่สถานีวิทยุ FM 90.5 รายการวอร์มอัพ วันอาทิตย์นี้ 12.30-13.00 น. สดพร้อมกับ Facebook Live ที่แฟนเพจ >>> https://www.facebook.com/LamsingBee/

Comments

comments