เส้นทางสู่เจ้ายุโรปสมัยแรก“ฝอยทอง”

GettyImages-545972002.0

“ฝอยทอง” โปรตุเกส กลายเป็นแชมป์ยูโร 2016 เป็นรายการเมเจอร์แรกของพวกเขาด้วย หลังจากที่เฉือนเอาชนะเจ้าภาพอย่าง ฝรั่งเศส 1-0 จากประตูชัยของ เอแดร์ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เป็นแชมป์หน้าใหม่ที่ 12 ปีจะเกิดขึ้น 12 ครั้ง แบบที่ เดนมาร์ก ทำได้ในปี 1992 กรีซ ทำได้ในปี 2004

โปรตุเกส เป็นแชมป์ด้วยการชนะคู่แข่งในเวลา 90 นาที เพียงแค่ 1 นัดเท่านั้น นอกนั้นพวกเขาเสมอหมด และชนะด้วยต่อเวลาพิเศษรวมไปถึงการดวลจุดโทษตัดสิน

ซึ่งเกมเดียวที่ว่านั้นคือการเอาชนะ เวลส์ ในรอบรองชนะเลิศ 2-0 นั่นเอง

สรุปเส้นทางแชมป์ของโปรตุเกส

เริ่มต้นในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาถูกมองว่าเป็นตัวเต็งของกลุ่มเอฟ แต่ออกสตาร์ทไม่สวยเท่าไหร่ ด้วยการเสมอกับ ไอซ์แลนด์ 1-1 ทั้งที่มีโอกาสยิง 30 กว่าครั้ง

เกมที่สอง เจอกับ ออสเตรีย ในเกมนี้ต้องชนะ แต่กลับทำได้เพียงเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 โดยได้จุดโทษด้วย แต่ โรนัลโด้ ก็ยิงพลาดไป

เกมนัดสุดท้าย ถือเป็นเกมที่สนุกที่สุดของทัวร์นาเม้นท์นี้ก็ว่าได้ โปรตุเกส ไล่ตามตีเสมอ ฮังการี่ แบบสุดมันส์ 3-3 โดย โรนัลโด้ คือฟอร์ม ทำคนเดียวสองประตู ทำให้ 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มมีเพียง 3 คะแนนด้วยการเสมอทั้ง 3 เกม เข้ารอบเป็นอันดับสามที่ดีที่สุด จาก 4 ใน 6 ทีม

6

รอบ 16 ทีมสุดท้าย โปรตุเกส ต้องเจอของแข็งอย่าง โครเอเชีย ที่ล้มสเปนเข้ามาเป็นที่หนึ่งของกลุ่มดี รูปเกมค่อนข้างน่าเบื่อไม่สามารถทำอะไรกันได้ในเวลาปกติ ต้องต่อเวลาพิเศษ และเป็น ทีมฝอยทอง ที่มาได้ประตูชัยจาก ริคาร์โด้ ควาเรสม่า ในนาทีที่ 117 เข้าสู่รอบต่อ 8 ทีม

4122

รอบก่อนรองชนะเลิศ คราวนี้ต้องมาเจอกับ โปแลนด์ ที่ดวลจุดโทษเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ มาได้ เกมนี้พวกเขาตกเป็นรองตั้งแต่ต้นเกม หลังถูก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซัดให้ทีมโปล ขึ้นนำไปก่อน แต่แล้วเจ้าหนู เรนาโต้ ซานเชส ก็มาแผงฤทธ์ยิงประตูตีเสมอ ทำให้ในเวลาปกติเสมอกัน 1-1 ต่อเวลาพิเศษก็ไม่สามารถทำอะไรกันได้อีกต้องดวลจุดโทษ

ซึ่งเทพีแห่งโชคยังเข้าข้างพวกเขา สามารถผ่านโปแลนด์มาได้ด้วยการชนะจุดโทษ 5-3 ถึงตอนนี้ยังคงเป็นทีมที่ไม่ชนะใครในเวลา 90 นาทีเลย

pp4

รอบรองชนะเลิศต้องมาพบกับทีมจอมเซอร์ไพรส์อย่าง เวลส์ ที่ถล่ม เบลเยี่ยม มาแบบเละเทะ 3-1 เป็นการเผชิญหน้าของสองซุปเปอร์สตาร์แห่งยุคอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ แกเร็ธ เบล

โดยสุดท้ายแล้ว กลายเป็น โปรตุเกส ที่เอาชนะไปได้ 2-0 โรนัลโด้ โขกประตูแรกให้ทีมขึ้นนำ ตามด้วย นานี่ ยิงลูกที่สอง เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้ง หลังจากที่เคยทำไว้เมื่อปี 2004 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ

d6f5ce4f0e13dd229d0f6a7067005548

เกมนัดชิงชนะเลิศ แข่งขันกันที่ สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ โปรตุเกส ต้องเข้ามาเจอกับ เจ้าภาพฝรั่งเศส ที่ฟอร์มสดเหลือเกิน เกมนั่นมีดราม่าตั้งแต่ครึ่งแรก หลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าปะทะกับ ดิมิทรี ปาเยต์ ทำให้เจ้าตัวต้องถูกเปลื่ยนตัวออก แม้จะฝืนเล่นแล้วก็ตาม แต่ร่างกายมันไม่ไหวจริงๆ

แต่พวกเขาสู้ด้วยสปิริตเล่นด้วยความระมัดระวัง แม้จะเป็นรองทั้งเกมแต่ก็หาจังหวะตอบโต้เจ้าภาพได้ตลอด เกมจบลงไปด้วยการเสมอ 0-0 ในช่วงเวลาปกติต้องต่อเวลาพิเศษ

และแล้วในนาทีที่ 109 เสียงแฟนบอลเจ้าภาพต้องเงียบสนิท หลังจากที่ เอแดร์ หัวหอกตัวสำรองที่ลงไปแล้วเล่นดี ซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษเสียมุม กลายเป็นประตูชัยพาโปรตุเกสเป็นแชมป์ยูโรครั้งแรกได้สำเร็จ

362477D200000578-3683583-image-a-143_1468186464653

2475

สุดท้ายแล้วนี่คือฟุตบอล ทีมที่เหนือกว่าใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป ก่อนหน้านี้มีให้เห็นมากมาย และ โปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งทีมที่ทำได้ ด้วยการเป็นแชมป์ที่เอาชนะในเวลา 90 นาที ได้เพียงเกมเดียว!

Comments

comments