แชมป์ที่พิสูจน์ทุกอย่างของ‘เรนเจอร์ส’

…กว่าทศวรรษกับการเดินทางที่ยาวนาน สำหรับ “เดอะ ไลท์บลูส์” กลาสโกว เรนเจอร์ส

ความหลงใหลในฟุตบอล ถูกทำลายสิ้น เมื่อสโมสรติดหนี้สินล้นพ้นตัว

หัวใจแหลกแตกสลายจนถูกปรับตกชั้นไป 3 ขั้นบันได 4 ดิวิชั่น กว่าจะไต่กลับมาแบบ “เลือดโทรมกาย” แทบสิ้นชีพดิ้นรนกว่าประดามี

ซัมเมอร์ ปี 2011 พวกเขาได้ฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสกอตแลนด์ไปครองเป็นสมัยที่ 54 สมัย ซึ่งเป็นทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมากที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม เงามืดได้ปกคลุมพวกเขาเมื่อปี 2012 ต้องเข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ เพราะประสบปัญหาด้านการเงิน สุดท้ายต้องก้มหน้า ไปเล่นลีกต่ำสุด จากคะแนนโหวตพิพากษาของบรรดาทีมในสกอตติช ฟุตบอลลีก (SFL) ระดับ ดิวิชั่น 4

ย้อนกลับไปเหตุการณ์ครั้งนั้น เรนเจอร์ส ถูก 25 จาก 30 สโมสรสมาชิก โหวตให้ควรลงไปนับหนึ่งใหม่ในดิวิชั่นล่างสุด ในกรณี“หลีกเลี่ยงภาษี” และถูกปรับให้เป็นทีม “ล้มละลาย”

น้ำตาท่วมฝั่งสีน้ำเงิน แม้ 29 จาก 30 ทีมในลีกเมืองขี้เมา โหวตให้ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ยังคงรักษาสถานภาพเป็นสมาชิกของฟุตบอลลีกสกอตแลนด์ (SFL) ต่อไปก็ตาม แต่ทีมจะต้องแหลกสลายแน่นอน

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างสำคัญก็คือเรนเจอร์ส ไม่เพียงแต่ใช้เงินเกินตัวเท่านั้น ความไม่สัตย์ซื่อเกิดขึ้นเมื่อ พวกเขาปลอมแปลงเอกสารต่างๆ โดยเฉพาะค่าตัวของนักฟุตบอล และมีการโกงภาษีเกิดขึ้น

ที่สุดแล้วก็ถูกตัดสินให้ประกาศเป็นทีมล้มละลาย และปรับลงไปเล่นในลีกล่างสุด และจะต้อง “เปลี่ยนชื่อ” สโมสรจาก กลาสโกว เรนเจอร์ส(Glasgow Rangers) มาเป็น “เรนเจอร์ส เอฟซี” หรือ Rangers Football Club แทน…

ลีกสกอตแลนด์ แม้จะเจ็บปวดเพียงใด ก็ต้องทำใจรับกับเหตุการณ์นี้ ถึงกับที่ สจ๊วร์ต เรแกน บอสใหญ่สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ ในยุคนั้น ยอมรับว่า การขาด เรนเจอร์ส จะส่งผล กระทบต่อเรื่องการเงินเป็นลูกโซ่อย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ผิดก็คือผิด

เรนเจอร์ส ต้องไปร่วมกับลีกระดับล่างสุดนั่นคือ ดิวิชั่น 4

ทำความเข้าใจในบริบทนี้สำหรับ “ลำดับขั้น”ลีกสกอตแลนด์

ลีกสูงสุด คือ The Scottish Premier League (SPL)

ลีกดิวิชั่น 2 คือ The Scottish Championship

ลีกดิวิชั่น 3 คือ The Scottish League One

ลีกดิวิชั่น 4 คือ The Scottish League Two

แต่ในสมัยที่ เรนเจอร์ส ตกชั้นไปนั้นชื่อของระดับลีก 4 ยังเป็น “The Scottish FootballLeague Third Division” ซึ่งใช้ชื่อดังกล่าวนั้นเป็นปีสุดท้ายพอดี และ เรนเจอร์ส ตกลงไปก็ได้เล่นลีกนี้ ก่อนจะเป็นแชมป์

จากนั้นในปีต่อมา เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการเรียงลำดับชั้น The Scottish Football League Third Division” จึงปรับชื่อมาเป็น The Scottish League Two

เหตุผลเดียวที่จะกลับมาสู่ลีกสูงสุดให้ได้ นั่นก็คือจะต้องเป็น “แชมป์” ในแต่ละดิวิชั่น โดยต้องเป็นแชมป์สถานเดียวเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้ขึ้นชั้นกลับมา

เรนเจอร์ส ใช้เวลา 4 ปี เลื่อนชั้น3 ครั้ง กลับมาได้สำเร็จในปี 2016 ต้องใช้นักบอลอายุมาก, ใช้นักบอลค่าตัวฟรี และนักบอลเยาวชนเข้ามาช่วยทีม กระทั่งกลับมาตั้งไข่ และได้โค้ชที่ใช้อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาทำงานเมื่อปี 2018 จนขึ้นสู่ในที่ที่พวกเขาสมควรจะอยู่อีกครั้ง

ด้วยฟอร์มการเล่นที่ลงตัวสุดๆ นั้นคือ 32 นัด ชนะถึง 28 เสมอ 4 และไม่แพ้ใคร

ยิงได้ 77 ลูก เสียแค่ 9 ประตูเท่านั้น

การได้เห็นแฟนบอลออกมารวมตัวกันก่อนเกมเมื่อวันเสาร์ มันบ่งบอกถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ที่พวกเขารอคอยกันมาอย่างยาวนาน

ไม่ได้นานอย่างเดียว มันเป็นการรอคอยอย่างเจ็บปวด และน่าอับอายกับคดีความที่เกิดขึ้น

วันนี้พวกเขาได้เดินอย่างทระนงอีกครั้ง กับแชมป์ที่รอคอยกับบาดแผลที่ถูกชะล้างไปกว่าทศวรรษ และแม้หลายคนมองว่า “ง่าย” ไปหรือไม่กับแชมป์ที่นี่

ย้อนถามกลับไปว่า เตะเองจะได้แบบเค้าหรือเปล่า!!!!

บี แหลมสิงห์

Facebook Comments

Related Articles