ใครกดดันกว่าใคร?”โซลชา”หรือว่า”ซาร์รี่”กับมหาแมทช์ผีสิงห์!!!

งานนี้ไม่รู้ว่าใครกดดันกว่าใคร?!?!?!?


ศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 5 ค่ำคืนวันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 02.30 น.เป็นเกมบิ๊กแมทช์ ระหว่าง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในมหานครลอนดอน ดวลกับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เกมนี้เจ้าถิ่นถือว่าอาการหนักไม่น้อย เพราะถ้าหากพลาดท่าถึงแพ้และตกรอบ โอกาสที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือจะโดนปลดมีสูงมาก จากเดิมนั้นอัตรา 80-1 ปัจจุบันอยู่แค่ 3-1 เท่านั้น หลังจากฟอร์มหลังไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ทีมเล่นแบบขึ้น ๆ ลง ๆ


อย่างไรก็ตาม แผนการเล่นของ ซาร์รี่ น่าจะเป็น 4-3-3 แบบเดิม ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า “เล่นเป็นแค่แผนเดียว” และใช้นักเตะซ้ำไปซ้ำมาจนถูกจับทางได้ โดยแผงกลางถ้าหากไม่ใช้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ จะเป็น มัตเตโอ โควาซิช โดยมี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ จอร์จินโญ่ เป็นตัวหลัก ส่วนแนวรุกคาดว่า เปโดร จะได้สตาร์ทก่อน วิลเลี่ยน แต่ที่ลงแน่นอนคือ เอแด็น อาซาร์ กับ กอนซาโล่ อิกวาอิน

ทางด้าน “ปีศาจแดง” เพิ่งจะลิ้มรสความปราชัยหนแรกในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือรักษาการณ์ หลังจาก 11 เกมแรกพวกเขาชนะได้ถึง 10 และเสมอ 1 เกมนี้ปัญหาหนักอกก็คือ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ เจสซี่ ลินการ์ด บาดเจ็บพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย ทำให้ “ไอ้ตู้เย็น” โรเมลู ลูกาคู จะได้ปักหอกในเกมนี้ นอกจากนี้จะมีการปรับทัพบางตำแหน่งในรายการนี้ เซร์คิโอ โรเมโร่ น่าจะได้สตาร์ทเป็นโกล์ตัวจริง

ส่องเซี่ยงจี๊ของเกม by บีแหลมสิงห์
ซาร์รี่ โดนกดดันจากทุกทิศทุกทาง จะบอกว่า เชลซีเตะล้มโค้ช คงจะไม่เต็มปากเท่าไหร่ แต่ผลกระทบจากการบริหารจัดการแบบ “เอาแต่ฮาร์ท”ของ “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม มันทำให้เกิดความกดดันแบบทุกฝ่าย

หากผลงานมันออกมาเป็นเชิงลบ คือเงินพร้อมแต่นั่นแหล่ะมันส่งผลต่อความกดดันอย่างไม่น่าเชื่อ


การที่นักเตะคนสำคัญยังไม่ตัดสินใจอนาคต อาทิ เอแด็น อาซาร์ ก็ส่งผลต่อบรรยากาศของทีมไม่น้อยเช่นกัน และการเล่นที่ติด ๆ ขัด ๆ หลังจากถูกจับทางได้ ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก ๆ เช่นกัน


ขณะที่ โซลชา ก็ถือว่ากดดันเหมือนกัน เพราะนี่คือถ้วยที่มีโอกาส”จับต้องได้”มากที่สุดในซีซั่นนี้ หากหลุดมือไปอีกถือว่าลำบากแน่นอน เพราะนี่คือถ้วยที่สองในรอบ 6 วันที่เขาเพิ่งจะแพ้มาในแชมเปี้ยนส์ลีก และโอกาสกลับมายากกว่าการพบกัย เชลซี ในวันนี้


สิ่งสำคัญก็คือ อย่างน้อยไม่ควรแพ้ หากว่าพังอีกจะเป็นสองเกมติด ๆ และไม่เหมาะเลยที่นัดต่อไปก็ถือว่าเป็นงานหินอีกที่ต้องซัดกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล


ดังนั้นหากจะบอกว่า ซาร์รี่ เดิมพันตำแหน่งของตัวเอง


ตรงกันข้าม โซลชา ก็ไม่ได้ต่างกัน เขาก็ต้องการตำแหน่งยาว ๆ ในการคุมทัพที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

งานนี้ไม่รู้ว่าใครกดดันกว่าใคร?!?!?!?

11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, มัตเตโอ โควาซิช – เปโดร โรดริเกซ, กอนซาโล่ อิกวาอิน และ เอแด็น อาซาร์

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-3-3) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – แอชลี่ย์ ยัง, วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์ – อันเดร์ เอร์เรร่า, เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา – ฆวน มานูเอล มาต้า, โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ

ติดต่อโฆษณาเว็บไซต์ และแฟนเพจ : footballdj2013@gmail.com

Facebook Comments

Related Articles