CLIP:ย้อนตำนาน21ปี”หงส์vsเปแอสเช”2นัดตัดเชือกยุโรป

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม 32 ทีม นัดประเดิมสนามคืนวันอังคารนี้ มีทั้งหมด 8 คู่  ซึ่งเกมบิ๊กแมทช์นัดแรกของปีนี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่าจากอังกฤษ เจอกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่แอนฟิลด์ ในเวลา 02.00 น.

“หงส์แดง” ที่เปิดสนามในบอลลีกชนะ 5 นัดรวด ดีที่สุดในรอบ 28 ปี รอเช็คอาการบาดเจ็บที่ดวงตาของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กองหน้าทีมชาติบราซิล ที่โดนนิ้วของ แยน แฟร์ตองเก้น ปราการหลังสเปอร์ส ทิ่มเข้าไปอย่างแรง ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ ที่เหลือถือว่าสมบูรณ์ทุกตำแหน่ง อลิสซอน เบ๊คเกอร์ เฝ้าเสา, เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค คุมแนวรับ ส่วนเกมรุก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นความหวังในการล่าตาข่ายร่วมกับ ซาดิโอ มาเน่ ทั้งนี้หาก ฟีร์มิโน่ ลงไม่ได้ คาดว่า แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หรือ เชอร์ดาน ชาคิรี่ จะได้สตาร์ท

ทางด้าน เปแอสเช จะส่ง เนย์มาร์ จูเนียร์ ดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก และคีลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวโรจน์ที่ค่าตัวแพงสุดอันดับ 2 ของโลก กลับมาทะลวงตาข่ายอีกครั้ง หลังจากได้พักในเกมลีกเอิง นัดล่าสุด โดยมี เอดินสัน คาวานี่ ปักหอก

—————————-

Conduite de balle de Didier Domi lors de PSG-Liverpool (10/04/1997)

สองทีมนี้เจอกันในประวัติศาสตร์เพียง 2 ครั้ง ในศึกบอลถ้วยในตำนาน “คัพ วินเนอร์ส คัพ” ซีซั่น 1996-97 ในรอบรองชนะเลิศ 2 นัด

เกมแรกเกิดขึ้นที่ พาร์ค เดอ แพรงส์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 1997

ครั้งนั้น ลิเวอร์พูล บุกมาเยือนในการคุมทัพของ รอย เอฟแวนส์ สต๊าฟฟ์จากบูธรูมคนสุดท้ายจากยุคของ บิลล์ แชงคลีย์ ทำทีม โดยมี รอนนี่ มอแรน เจ้าของฉายา “มิสเตอร์ลิเวอร์พูล” เป็นมือขวาสามัคคี พร้อมกับเล่นในระบบเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ 3 คน

จอห์น บาร์นส์ ในช่วงท้ายปลายทาง ขยับมายืนกลางกับ เจมี่ เรดแนปป์ พร้อมกับวาง สตีฟ แม็คมานามาน เป็นตัวฟรีอยู่หลัง สแตน “เดอะ แมน” คอลลีมอร์” กับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ไอ้หนุ่มพลาสเตอร์ยาจอมซ่าจากท็อกซ์เท็ก และนายประตูข้าวมันไก่ เดวิด เจมส์

นี่แหละคือกลุ่มที่เรียกกันว่า “สไปซ์ บอย” ในตำนาน!!!!

ทางฝั่ง เปแอสเช มีนักบอลชั้นดีในทีมมากมาย ทำทีมโดย ริคาร์โด้ โกเมซ อดีตปราการหลังทีมชาติบราซิล ชุดฟุตบอลโลก 1990

ยุคนั้น ทีมตราหอคอย มี แบร์กนาร์ ลาม่า จอมหนึบตัวทีมชาติฝรั่งเศส เฝ้าเสา โดยมีจอมเหนียวอย่าง บรูโน่ เอ็นก็อตติ คุมเกมรับ ขณะที่ ปอล เลอ กูเอน บนวัย 33 ปี เป็นกำลังสำคัญ โดยมีแนวรุกตัวฉกาจชาวแซมบ้าอย่าง “พรานศอกร้อยเข็ม” เลโอนาร์โด้ และ ไร น้องชายโซคราติส บัญชาการ

11 นักเตะ ประกอบด้วย เปแอสเช : แบร์กนาร์ ลาม่า, บรูโน่ เอ็นก็อตติ, ดีดิเยร์ โดมี่, ปอล เลอ กูเอน, เลโอนาร์โด้, แวงซองต์ เกแร็ง, ไร, โลรองต์ ฟูร์นิเยร์, เบนัวต์ กูเอต์, เยโรม เลรัว และปาทริซ โลโก้

ลิเวอร์พูล : เดวิด เจมส์, มาร์ค ไรท์, โดมินิค มัตเตโอ, สตีฟ ฮาร์คเนสส์, เจสัน แม็คเอเทียร์, สติ๊ก อิงเก้ บียอร์นบี้, เจมี่ เรดแนปป์, จอห์น บาร์นส์, สตีฟ แม็คมานามาน, สแตน คอลลีมอร์ และร็อบบี้ ฟาวเลอร์

ปรากฎว่า เปแอสเช ทะยานนำ 2-0 ในครึ่งแรกจาก เลโอนาร์โด้ และกูเอต์ นาทีที่ 12 กับ 43 ทำให้ เอฟแวนส์ ต้องปรับทัพในครึ่งหลังด้วยการอัดแดนกลางส่ง ไมเคิล โธมัส ไปแทน คอลลีมอร์

แต่ในช่วง 6 นาทีสุดท้าย ทำนบหงส์แดงต้องแตกอีกครั้ง เมื่อ เลรัว สังหารเข้าไปทำให้ เปแอสเช ยำใหญ่ 3-0 กุมความได้เปรียบมหาศาลในการมาเล่นนัดที่ 2 ที่ลุ่มแม่น้ำเมอร์ซี่ย์

เกมที่สอง ลิเวอร์พูล ต้องเร่งเครื่องเอาชนะให้ได้ 3 ลูก และห้ามเสียประตู เพื่อยื้อไปในช่วงต่อเวลา

เอฟแวนส์ ปรับทีมเล่นหลังหน้ากระดานเรียง 4 ด้วยการส่ง นีล “เรเซอร์” รัดด็อก จับคู่กับ มาร์ค ไรท์ โดยหวังใช้ทั้งคู่มาช่วยเวลาเล่นลูกกลางอากาศ และ โธมัส ได้เป็นตัวจริงแทน บาร์นส์ ที่ไม่ฟิต

ทีมเยือนเปลี่ยนทัพคนเดียว เพราะ โดมี่ เดี้ยงจากเกมแรก และดวลแข้งกันในวันที่ 24 เมษายน 1997

11 นักเตะประกอบด้วย ลิเวอร์พูล : เดวิด เจมส์, เจสัน แม็คเอเทียร์, มาร์ค ไรท์, นีล รัดด็อก, สติ๊ก อิงเก้ บียอร์นบี้, เจมี่ เรดแนปป์, แพทริค แบร์เกอร์, ไมเคิล โธมัส, สตีฟ แม็คมานามาน, สแตน คอลลีมอร์ และร็อบบี้ ฟาวเลอร์

เปแอสเช :  แบร์กนาร์ ลาม่า, บรูโน่ เอ็นก็อตติ, จิมมี่ อัลเกริโน่, ปอล เลอ กูเอน, เลโอนาร์โด้, แวงซองต์ เกแร็ง, ไร, โลรองต์ ฟูร์นิเยร์, เบนัวต์ กูเอต์, เยโรม เลรัว และปาทริซ โลโก้

“หงส์แดง”เดินเครื่องลุยแหลกเพราะไม่มีอะไรจะต้องเสีย ใช้ลูกโด่งเล่นงานเป็นส่วนใหญ่ และได้ประตูนำในนาทีที่ 12 จาก ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

จากนั้นต้องรอไปจนถึงครึ่งหลังมาได้ประตูที่สอง จากการขึ้นโขกลูกเตะมุมของ มาร์ค ไรท์ ที่โดดปาดหน้า ลาม่า เข้าไปตุงตาข่าย แต่ก็ไล่ไม่ทัน

จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะ 2-0 แต่สกอร์รวม 2 นัด เปแอสเช กำชัย 3-2 ได้เข้าไปชิงชนะเลิศ

 

บี แหลมสิงห์/บันทึก

Comments

comments