Review:ทริปตะลุยอังกฤษพิชิตพรีเมียร์ฯภาค6

IMG_7028

มากันแล้ว!รีวิวทริปทัวร์ ออริจินอล ฟุตบอล ทัวร์ โดยผู้สื่อข่าวกีฬาเจ้าแรก “ตะลุยอังกฤษพิชิตพรีเมียร์ฯ ภาค 6″ คณะรวม 36 ชีวิตเดินทางไปชมเกมบิ๊กแมทช์เมืองผู้ดี ระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล vs “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนามแอนฟิลด์ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคมที่ผ่านมา

แคมเปญนี้เริ่มคิดขึ้นเมื่อปี 2013 ก่อนจะจัดทำขึ้นครั้งแรก เมื่อ 6-12 กุมภาพันธ์ 2014 ก่อนจะจัดมาเรื่อย ๆ และพักไป 1 ซีซั่นเมื่อปีก่อน จนกลับมาจัดอีกครั้ง พร้อมกับขายตามจำนวนโดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 วัน เหลือเชื่อตั้งแต่เริ่มต้น

การปั้นทริปขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจะสักจะเขียนอะไร สักจะใส่อะไรก็ใส่ แต่หนนี้ ผมเลือกที่จะให้ทริปได้เที่ยวตอนบน และได้รับถึงศิลปะเมืองอังกฤษ ให้ครบถ้วน ทั้ง 2 เมืองที่โลกรู้จักอย่างสไตล์อิฐคลาสสิคของ ลิเวอร์พูล, กระจกและเหล็กในแมนเชสเตอร์

พร้อมกับรับวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยโบราณ ยุควิลเลี่ยมส์ผู้พิชิต นั่นคือสไตล์ทิวดอร์ ณ เมืองเชสเตอร์ และสไตล์กอธิค ณ เมืองยอร์ค

อากาศกำลังดีมาก ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป

ลงท้ายสนุกและราบรื่นกันสุด ๆ ตลอดทริป……………………

IMG_6525 IMG_6705 IMG_6890 IMG_6891 IMG_6893

IMG_6736 IMG_7037 IMG_7038 IMG_7047 IMG_7048 IMG_7055 IMG_7112
——————–

ตะลุยโอลด์แทรฟฟอร์ด-เมืองลิเวอร์พูล

เราเริ่มต้นเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนจะเดินทางไปด้วยสายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส ไปพักที่ดูไบ เพื่อต่อเครื่องไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

เมื่อเราเดินทางไปถึง ก็ตะลุยช็อปปิ้งสินค้าในเมกกะสโตร์ของ “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ก่อนจะเข้าชม “สเตเดี้ยม ทัวร์” เก็บแทบจะทุกซอกทุกมอมของ สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด

ความจุ 75,643 คน ตั้งอยู่ในเกรเตอร์ แมนเชสเตอร์ ด้านหน้ามีแม่น้ำ บริดจ์วอเตอร์ ไหลผ่าน เปิดใช้ตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์ 1910

IMG_6563 IMG_6564
“แมนเชสเตอร์” เป็นนครอุตสาหกรรมแห่งแรก และยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกใบนี้  ตอนนี้เมืองนี้กำลังจะเป็นเมืองหลวงของฟุตบอล หลังจากขู่เอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว
จุดกำเนิดเกิดมาจากนักบอลชนชั้นแรงงาน ท่านลองสังเกตดูบนตราสโมสรทั้ง ยูไนเต็ด และซิตี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองท่าที่สำคัญ เพราะมีรูปเรือติดอยู่ รวมไปถึงสัญลักษณ์ “แม่น้ำ” ก็มีอยู่ในโลโก้สโมสรด้วย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อตั้งทีมขึ้นมาเมื่อปี 1878 ใช้ชื่อว่า “นิวตัน ฮีธ แอลวายอาร์” ก่อนจะย่อเหลือคำว่า “นิวตัน ฮีธ” และกลายร่างเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบเต็มขั้น เมื่อปี 1902

IMG_6555 IMG_6557 IMG_6558 IMG_6560 IMG_6565 IMG_6573 IMG_6582 IMG_6591

จากนั้นคณะเดินทางไปยังเมืองลิเวอร์พูล เพื่อชมเมืองท่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตำนาน
ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมือง ฟูเฟื่องมาก ๆ เพราะเป็นศูนย์กลางทางทะเล กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของการเดินเรือต้องผ่านเมืองนี้ ใหญ่ขนาดสหรัฐเปิดกงศุลทางทะเลที่แรก ณ เมืองนี้ เมื่อ ค.ศ.1790

แต่ด้วยการขนส่งเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ได้เรืออย่างเดียว เมืองเริ่มถอยหลัง ขณะเดียวกัน รัฐบาลเลือกที่จะไปพัฒนาเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ และเบอร์มิงแฮม ทำให้ ลิเวอร์พูล ประสบปัญหามากมาย โดยเฉพาะยุคต้นทศวรรษที่ 80

แต่ฟุตบอลยังค้ำเมืองนี้อยู่เพราะในยุค 80 ลิเวอร์พูล กับ เอฟเวอร์ตัน ผลัดกันครองความยิ่งใหญ่ ปิดบังเรื่องเศรษฐกิจของเมืองนะครับ……………สองทีมนี้ห่างกันแค่ 0.97 กม.เท่านั้น

ปี 2004 ยูเนสโก้ ได้เรียกที่นี่ว่า “นครการค้าทางทะเล” เพราะมีครบถ้วนทุกอย่างคือ เพียร์ เฮด, อัลเบิร์ต ด็อค และวิลเลี่ยม บราวน์ สตรีท

ปี 2005 ได้ครองแชมป์ยุโรป จากสโมสรฟุตบอล เป็นสมัยที่ 5 บวกกับเดอะ บีทเทิ่ลส์ ครบ 40 ปี

ปี 2007 ฉลองครบรอบ 800 ปีที่ก่อตั้งมา

ปี 2008 ได้รับตำแหน่ง “เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรป” พร้อมกับเมืองสตราวันเจอร์ ประเทศนอร์เวย์

เมืองกลับมาคึกคักก็คือ การฉลองครบ 50 ปี เดอะ บีทเทิ่ลส์ และการกลับมาลุ้นแชมป์ลีกอย่างเต็มตัวเมื่อ ปี 2014 ของ ลิเวอร์พูล

เพื่อเข้ารับประทานอาหารเย็น เป็นอาหารจีน ก่อนจะพักที่ jolly inn hotel liverpool ติดกับ อัลเบิร์ต ด็อค มุมจนเนียน ๆ หน่อยนะจ๊ะ

IMG_6625IMG_6600

——————–

๐ แมทช์เดย์ ณ แอนฟิลด์

คณะมีทั้งแฟนบอลลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงแฟนบอลรุ่นจิ๋วเชียร์เรอัล มาดริด แต่วันนี้ทุกคนพร้อมนั่งอัฒจันทร์ฝั่งของแฟนหงส์แดง

คณะเราถือว่า โชคดี ได้ร่วมในพิธีประวัติศาสตร์เปลี่ยนชื่ออัฒจันทร์จากเดิม “เซนเทนเนรี่ สแตนด์” กลายมาเป็น “เคนนี่ ดัลกลิช สแตนด์” เพื่อเป็นเกียรติให้กับ “คิง เคนนี่” เคนนี่ ดัลกลิช ยอดนักเตะ-กุนซือในตำนานของสโมสร

IMG_6626 IMG_6627 IMG_6628 IMG_6640 IMG_6655IMG_6704
“คิง เคนนี่” ย้ายจาก กลาสโกว เซลติค มาร่วมทัพ “หงส์แดง” ในช่วงฤดูร้อน ปี 1977 ค่าตัว 440,000 ปอนด์ เพื่อมาทดแทนการขาดหายไปของ เควิน คีแกน ที่ย้ายไปฮัมบูร์ก ซึ่ง ดัลกลิช ประสบความสำเร็จมากมายในการเป็นนักเตะด้วยการเป็นแชมป์ลีกสูงสุด 5 สมัย, ยูโรเปี้ยนคัพ 3 สมัย, ซูเปอร์คัพ 1 สมัย, แชริตี้ชิลด์ 4 สมัย, ลีกคัพ 4 สมัย ก่อนจะรับงานเป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ปี 1986 ได้แชมป์แชริตี้ชิลด์ จากนั้นพาทีมเป็นดับเบิ้ลแชมป์ในปีแรกของการทำงานด้วยเป็นแชมป์ลีกสูงสุด และเอฟเอ คัพ

จากนั้นก็พาทีมเป็นแชมป์ลีกอีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ อีก 2 สมัย และแชร์ริตี้ชิลด์ อีก 3 สมัย ก่อนอำลาทีมในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1991 ก่อนจะกลับมารับงานอีกครั้งในเดือนมกราคมปี 2011 และพาทีมได้แชมป์ลีกคัพ ปี 2012 รวมลงเล่นให้ทีม 515 นัด ยิงได้ 172 ประตู และคุมทีม 381 นัด ชนะ 223 เสมอ 94 แพ้ 64 ยิงได้ 732 เสีย 332 คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยชนะ 58.53 ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ตลอดกาลของสโมสรอีกด้วย

IMG_7052 IMG_7053 IMG_7054 IMG_7115 IMG_7116

เราได้ไปชมเกมแดงเดือด แม้จะไม่เดือดดั่งคาด สกอร์จบที่ 0-0 แต่การเข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศฟุตบอลต้นฉบับ มันคุ้มค่ามาก ๆ แถมจบเกมได้ออก “RedMan TV” อีกต่างหาก แอร่รรร

IMG_6722

หลังเกม คณะเดินทางไปช็อปปิ้งกันต่อที่ Liverpool One ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดแบบเปิด โอเพ่น แอร์ ของอังกฤษ ก่อนจะรับประทานอาหารเย็นที่ ปั๊มน้ำมัน ประภาคารงดงามแห่งท่าเรือลิเวอร์พูล

IMG_7045 IMG_7046pump

——————–

๐ สัมผัสศิลปะแบบทิวดอร์

คณะเราเดินทางไปยังเมืองเชสเตอร์ เป็น วอลล์ ซิตี้ แห่งอังกฤษ ตั้งอยู่ในเชสเชียร์ และมีแม่น้ำดี ไหลผ่าน ซึ่งเป็นแม่น้ำเสมือนกั้นเขตแดนระหว่าง อังกฤษ กับ เวลส์ อยู่ห่างจาก ลอนดอน 226 กิโลเมตร แต่ออกจาก ลิเวอร์พูล มาไม่ไกล

ตามตำราบอกไว้ว่า กำแพงเมืองนี้ พวกแซกซ่อน สั่งให้สร้างเพื่อปกป้องเมือง จากนั้น กษัตริย์วิลเลี่ยมที่ 1 หรือ วิลเลี่ยมส์ผู้พิชิต สั่่งให้สร้างประสาทเพื่อครองเมือง และเป็นเขตชายแดน

สัญลักษณ์ก็คือ St Peter’s Church เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในชื่อแรกคือ “คาสตรัม” และมีตึกในสไตล์ทิวดอร์ แบล็ค แอนด์ ไวท์  เป็นเมืองคู่แฝดของ ซองส์ ในฝรั่งเศส, ลอร์ราช ในเยอรมนี และเซนิกัลเลีย ในอิตาลี ที่สำคัญมาเมืองนี้ต้องถ่ายกับหอนาฬิกา

IMG_6748 IMG_6750

IMG_6762 IMG_6763 IMG_6753

IMG_6759 IMG_6778

ที่นี่มีสโมสรฟุตบอลชื่อ เชสเตอร์ ซิตี้ เอฟซี ตั้งทีมเมื่อ 1885 เข้าร่วมลีกอังกฤษ ปี 1931 เคยมีอดีตนักเตะดังเล่นที่นี่หลายคน อาทิ เอียน รัช, เอิร์ล บาร์เร็ตต์, ลี ดิ๊กซั่น, สตีฟ ฮาร์คเนสส์ และโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ

คนดังที่เกิดเมืองนี้ ถ้าเป็นวงการกีฬาก็มี่ ไมเคิล โอเว่น, แดนนี่ เมอร์ฟี่ย์, ทอม ฮีตัน, ไรอัน ชอว์ครอสส์ และผู้บรรยายฟุตบอลสุดยอดอย่าง มาร์ติน ไทเลอร์ ก็เกิดที่เมืองนี้

ริกกี้ วอลเด้น นักสนุกเกอร์เจ้าของแชมป์ 6 แดง กีฬาที่ครนไทยเป็นเจ้าของก็เกิดที่เมืองนี้เช่นกัน

รวมถึงพยัคฆ์ร้าย 007 คนล่าสุด ที่รุงรังที่สุด นั่นคือ แดเนี่ยล เคร็ก ก็เกิดที่นี่ เขาเล่นเจมส์ บอนด์ ต่อเนื่องจาก คาสิโน รอยัล, ควอนตัม ออฟ โซแลค, สกายฟอลล์ และสเป็คเตอร์ เดี๋ยวปี 2019 ก็จะเป็น บอนด์ เบญจเพศ หรือ Bond 25

จากนั้นเรารับประทานอาหารกลางวันสไตล์อังกฤษ นั่นคือ ฟิช แอนด์ ชิพ พร้อมไก่ทอด

ในช่วงบ่ายก็ไปละลายทรัพย์กันสบายกระเป๋า ที่เชสเชียร์ โอ๊คส์ เอาท์เล็ต คนมหาศาล แต่เราไม่ถ่ายมาให้ดูฮะมันรุงรัง ดูมุมเนียน ๆ แล้วกัน

สรุปซื้อกันเละซิฮะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

IMG_6764 IMG_6765 IMG_6766

เรารับประทานอาหารค่ำ และเข้าพักที่เมืองแมนเชสเตอร์ ในค่ำคืนวันที่ 3 ของการอยู่บนเกาะอังกฤษ ณ เดอะ มิดแลนด์ โฮเทล สุดหรูหราใจกลางเมือง
——————–

๐ ตะลุยยอร์คเมืองป้อมปราการ

คณะเรามุ่งหน้าไปเมืองยอร์ค ท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลง ยิ่งขับใกล้เข้าไปยิ่งเหมือนกับภาพยนต์เรื่อง แวมไพร์ ทไวไลท์ เพราะที่นี่เมืองจะออกทึม ๆ ตลอดทั้งปี และมีศิลปะแบบกอธิคสุดเข้มขลัง

ที่นี่คือกึ่งกลางเส้นทางระหว่างจากลอนดอนไปยังเอดินเบอระห์ นี่คือเมืองป้อมปราการด่านสำคัญ

เมืองที่มีมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ นั่นคือ มหาวิหาร York Minsterจากเดิมเป็นไม้ สร้างใน ค.ศ.627 จากนั้นในอีก 10 ปีต่อมาสร้างเป็นหิน เป็นทั้งห้องสมุด และโรงเรียน จนถึงปี ค.ศ.741 เกิดไฟไหม้

IMG_6806 IMG_6809 IMG_6810 IMG_6811 IMG_6812 IMG_6813 IMG_6814 IMG_6815 IMG_6819 IMG_6824 IMG_6829

จากนั้นก็เมืองนี้มีคนเข้ามารุ่มร่ามมากมายทั้ง นอร์มัง, เดนส์ กระทั่งมีการก่อสร้างอย่างเป็นทางการเมื่อกลางศวรรษที่ 12 โดยเริ่มต้นสร้างแบบกอธิค สไตล์ ปี 1220 แล้วเสร็จในปี 1250 จากนั้นก็แต่งโน่นนี่นั่นสุดท้ายสร้างเสร็จจริง ๆ ก็โน่นเลย ค.ศ.1472

เริ่มสร้างเมื่อปี 1338 แล้วเสร็จในปี 1408 นับเป็น คริสต์ศาสนสถาน ระดับมหาวิหารที่สร้างเป็นแบบ “กอธิค” ใหญ่ที่เป็นที่ 2 รองจากมหาวิหารโคโลญจน์ ในประเทศเยอรมนี

เมืองนี้ เนื่องจากในศตวรรษที่ 19 ยอร์ค คือ ศูนย์กลางของเครือข่ายรถไฟ และศูนย์กลางของธุรกิจขนม ทำให้ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์รถไฟ และมีร้านขนมในตำนานมากมาย ปัจจุบันเมืองนี้กลายเป็นเมืองสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของอังกฤษ โดยเน้นมาที่ มหาวิทยาลัยยอร์ค, บริการด้านสุขภาพ มีคนนับล้านคนมาเที่ยว

เราเที่ยวยอร์ค กลับมาช็อปปิ้งกันต่่อที่แมนเชสเตอร์ จากนั้นจัดหนักอาหารเย็นเป็นอาหารไทย กับข้าว 8 อย่าง/4ท่าน พุงจะระเบิดฮะ

IMG_6859 IMG_6860 IMG_6861 IMG_6862 IMG_6863 IMG_6864 IMG_6865 IMG_6879 IMG_6880
——————–

ปล.จังหวะทริปเราเดินทางไป ที่อังกฤษ มีเฮอร์ริเคนเข้า ณ กรุงลอนดอน หนแรกในรอบ 56 ปี ตรงกับวันที่เราไปยอร์ค และพักที่แมงค์ ซึ่งหางเฮอร์ริเคนมันทะลุถึงแมนเชสเตอร์ ลมแรงมาก และพระอาทิตย์แดงฉาน เนื่องจากผลพวงจากพายุทะเลทรายที่ซาฮาร่า ครับ

IMG_6837 IMG_6844 IMG_6883IMG_6826

๐ สเตเดี้ยมทัวร์แอนฟิลด์-ช็อปปิ้งจนหยดสุดท้าย

เรานำคณะกลับเข้าไปที่แอนฟิลด์ อีกครั้ง เพื่อที่จะ “สเตเดี้ยม ทัวร์” ซึ่งปรับปรุงใหม่ไฉไลกว่าเก่า ขึ้นบันไดเลื่อนไปบนสุด เพื่อสตาร์ทจากด้านบนของเมน สแตนด์ ค่อย ๆ ไล่มาด้านล่าง ที่ครบถ้วนทั้ง ห้องแถลงข่าว, ห้องทีมเยือน, ที่ซึ่งโค้ชมาให้สัมภาษณ์

สำคัญที่สุดคือ 3 ไฮไลท์สำคัญนั่นคือ 1.ห้องแต่งตัวของนักเตะหงส์แดง 2.สัมผัสป้าย This is Anfield และ 3.นั่งที่นั่งของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในการคุมทีม

สเตเดี้ยมทัวร์ที่่แอนฟิลด์ ให้เวลาแบบเต็มสูบกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นคณะไปซื้อของที่ Super Store ของสโมสรที่เปิดใหม่ ของเยอะและใหญ่โตมโหฬารติดอันดับท็อปทูของประเทศ ฉลอง 125 ปีของสโมสร

IMG_6634 IMG_6646 IMG_6652 IMG_6897 IMG_6899 IMG_6902 IMG_6904 IMG_6909 IMG_6918 IMG_6919 IMG_6923 IMG_6924 IMG_6939 IMG_6949 IMG_6967 IMG_6972 IMG_6974 IMG_6976 IMG_6977 IMG_6982 IMG_6986 IMG_6988

เราเก็บภาพความทรงจำร่่วมกันหน้าแอนฟิลด์ จากนั้นก็เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนจะไปช็อปปิ้งส่งท้ายเก็บตกที่ อาร์นเดล ห้างใหญ่ยักษ์ในแมนเชสเตอร์

ก่อนจะเดินทางกลับ สยามประเทศ อย่างสวัสดิภาพ และเต็มเปี่ยมด้วยความสุข-มิตรภาพ

———————

 

ขอบคุณคณะทุกท่านที่ไว้วางใจ และหวังว่าอนาคตจะกลับมาเจอกันอีกครั้งครับ

ซึ่งทริปเราเริ่มสนุกตั้งแต่ก่อนไป มีครอบครัวใหญ่พาคุณลูกไป 2 ครอบครัว หนึ่งในนั้นคุณพ่อเคยบินเดียวไปกับเราแล้ว เลยไว้ใจเรานำครอบครัวไปทัวร์ด้วย, พี่น้องที่มาด้วยกันบังเอิญมาเจอกับเพื่อนที่ไม่เจอกันมา 20 ปีแบบไม่ได้ตั้งใจ, เด็กน้อยวัย 11 ขวบที่ไปด้วยอยู่ในท้องแม่ตั้งแต่ฟังรายการ!!!!!!!!, เซียนเว็บ soocersuck อย่าง “เบน ฟรีคิก” มากับเราเป็นครั้งที่ 2 พร้อมกับมาจากทุกสารทิศทั่วไทย ส่วนใหญ่คือ แฟนรายการผู้ฟังวิทยุ และดูโทรทัศน์
ที่สำคัญทริปนี้เรามีคุณหมอถึง 3 ท่านเดินทางมาด้วย แต่ไม่ใช่หมอนั่นนะฮะ555555+

IMG_7028

IMG_7026 IMG_7030 IMG_7039 IMG_7040 IMG_7041 IMG_7042 IMG_7049 IMG_7050 IMG_7051

อ้อ……ทริปนี้ได้เจอกับ แพททริค แบร์เกอร์ อดีตดาวเตะรุ่นรอยต่อสไปซ์บอยด้วยนะฮัพ เค้าพักที่เดียวกับเรา
——————————————————————————————-

ส่วนท่านที่สนใจอยากไปในซีซั่นนี้ ผมกับคุณจุ้ย คิวทอง กำลังดูโปรแกรมอยู่ว่า จะเป็นไปได้ขนาดไหน เพราะอยากจะทำอีก 1 ทริปในปีนี้ แต่ไม่ใช่เกมแดงเดือดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เนื่องจากเกมนั้น ทางเราได้ถูกเหมาคณะให้จัดทำแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยทางเรากำลังเล็งทริป 8 วัน 5 คืน ประกอบด้วย ลอนดอน 2 คืน-แมนเชสเตอร์ 2 คืน-ลิเวอร์พูล 1 คืน
ซึ่งตอนนั้นจะมีอยู่ 3 เกมน่าสนใจ และเชื่อว่าแฟนบอลบ้านเราอยากจะติดตาม

– บิ๊กแมทช์ สเปอร์ส เล่นในนิว เวมบลี่ย์ พบกับ แมนฯยูไนเต็ด(โปรแกรมเตะยืนยันแล้วพุธที่ 31 มกราคม 2018)
– เกมในวันเสาร์ที่ 3 ก.พ. หรือ อาทิตย์ที่ 4 ก.พ. เกมใหญ่ ลิเวอร์พูล-สเปอร์ส และผีเล่นในบ้าน แมนฯยูไนเต็ด พบ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์

รอติดตามนะครับ หรือสอบถามได้ที่ Inbox หรือโทร 080-975-3449  และ 0819161999 ขอบคุณครับ

ด้วยจิตคารวะ

บี แหลมสิงห์ …เจ้าของสโลแกน “ดูแลดุจญาติ แต่คิดตังค์ฮะ”

Comments

comments